ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


ระเบิดแสวงเครื่อง เรียนรู้เพื่อความปลอดภัย
 ชื่อเรื่อง  ระเบิดแสวงเครื่อง เรียนรู้เพื่อความปลอดภัย
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  เดลินิวส์
 คอลัมน์ข่าว  มหาวิทยาลัย
 URL  http://www.dailynews.co.th/col/col.asp?columnid=9502
 เนื้อหา

บึ้ม !!คำนี้เป็นคำที่คนได้ยินมักจะเกิดอาการอกสั่นขวัญแขวนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว โดยเฉพาะ ในช่วงที่ผ่านมาของ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น จ.ยะลา, นราธิวาส และปัตตานี ที่บรรดาผู้ก่อความไม่สงบ พาเหรดกันบึ้มรายวัน จนเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ ฆ่าไม่เว้นทั้ง เด็ก คนแก่ พระ หรือคนที่ไม่รู้เรื่อง

ดังนั้นถ้าทุกคนในพื้นที่พอจะทราบในความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระเบิด โดยเฉพาะระเบิด แสวงเครื่อง ที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายนิยมใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนล่าสุดการระเบิดที่สนามบินหาดใหญ่ กลุ่มก่อความ ไม่สงบยังคงใช้ระเบิดแสวงเครื่อง ดังนั้นหากเราได้ทราบถึงข้อมูลของระเบิดชนิดนี้ ทุกคนจะสามารถสังเกตวัตถุต้องสงสัยได้ และอาจจะช่วยป้องกัน และลดอันตรายของระเบิด หรือ หากพบแล้วจะได้รู้ถึงวิธีการ ระวังป้องกันตนเองจากระเบิดชนิดนี้

ระเบิดแสวงเครื่องคืออะไร

ระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Devices–IED) จัดเป็น รูปแบบหนึ่งของกับระเบิด (Body Traps) เป็นการนำเอาวัสดุที่มีอยู่หรือวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย เช่น ปุ๋ยยูเรีย ดินระเบิด นำมาประดิษฐ์เป็นระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ทำให้การทำระเบิดแสวงเครื่องมีความซับซ้อนมากขึ้น และสามารถควบคุมการทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอเวลาแบบเดิม สามารถกำหนดการระเบิดได้ตามต้องการผ่านวิธีการควบคุมระยะไกล (Remote control) โดยการใช้โทรศัพท์จุดชนวน

การที่ระเบิดแสวงเครื่อง สามารถประดิษฐ์จากวัสดุที่มีอยู่โดยทั่วไป ทำให้รูปแบบของระเบิดแสวงเครื่องมีหลายรูปแบบ และไม่มีลักษณะที่แน่นอน บางทีมาในรูปแบบของมือถือ กระถางต้นไม้ ถังขยะ รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ง่ายสำหรับผู้ก่อการร้ายในการจัดหาวัตถุดิบ การซุกซ่อนพกพา การประดิษฐ์ และการนำมาใช้ แต่จะเป็นการยากสำหรับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิด

ประเภทของระเบิดแสวงเครื่อง 1. ระบบสารเคมี เป็นการใช้สารเคมีทำให้เกิดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง แต่ขั้นตอนจะยุ่งยากและกำหนดเวลาแน่นอนไม่ได้จึงไม่เป็นที่นิยมทำกัน 2. ระบบกลไก เป็นการใช้กลไกทำให้เกิดการทำงาน ของระเบิด เช่น การใช้ระบบนาฬิกาเป็นกลไก ระเบิดวิธีนี้นิยมใช้ข่มขู่ หรือการประสงค์ให้ตายเฉพาะบุคคล 3. ระบบไฟฟ้า ซึ่งนิยมใช้ในภาคใต้มากที่สุด เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ โทรศัพท์ไร้สาย รีโมตคอนโทรล รถยนต์ รถหรือเครื่องบินวิทยุบังคับนำมาประกอบเชื้อปะทุไฟฟ้าและวัตถุระเบิด ระเบิดแสวงเครื่องแบบนี้เป็นที่นิยมกัน มากเนื่องจากทำได้ง่าย สามารถ ควบคุมจังหวะการทำงานและกำหนดเวลาในการทำงานได้ แน่นอน

ระเบิดแสวงเครื่องทำงานอย่างไร

1. ทำงานจากการกระทำ ของเหยื่อ เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ต้องอาศัยบุคคลหรือ สิ่งอื่น ๆ มากระทำเพื่อให้ เกิดการระเบิด เช่น ยกระเบิด เปิดระเบิด หรือเอียงระเบิด

2. การทำงานแบบบังคับชุด เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่สามารถควบคุมการทำงานได้จากระยะไกล (Remote Control) เช่น วิทยุรับ-ส่ง, โทรศัพท์มือถือ ผู้ที่ประดิษฐ์ระเบิดแบบนี้จะต้องมีความรู้ พื้นฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็ก ทรอนิกส์เป็นอย่างดี ทั้งนี้โทรศัพท์ที่ใช้ในการทำระเบิดคือมือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3310 เนื่องจากแผงวงจรสามารถทำระเบิดได้ง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างอื่นมาพ่วง แต่มือถือรุ่นอื่น ก็ใช้ในการทำระเบิดได้ เพียงแต่ต้องหาอุปกรณ์พ่วงหรือบางรุ่นกำลังไฟมีไม่พอ นอกจากนี้ในการเปิดให้ประชาชนสามารถซื้อมือถือใช้ได้โดยไม่ต้องมีการลงทะเบียนทำให้เกิดความยากในการติดตามจับกุม ซึ่งหากมีการลงทะเบียนการเปิดใช้มือถือ ทั้งหมดจะสามารถช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่ใช้มือถือได้ทันที แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการควบคุม ดังนั้นเมื่อคนร้ายใช้มือถือเสร็จ ก็สามารถไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ มาใช้ได้อีก

3. การทำงานแบบถ่วงเวลา ใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาการทำงาน เช่น ใช้นาฬิกา หรือวงจรนับแบบอิเล็กทรอนิกส์

4. การทำงานแบบอาศัย สภาพแวดล้อม เช่น เมื่อโดนแสงสว่าง หรือมีเสียงดัง

วิธีสังเกตระเบิดแสวงเครื่อง เนื่องจากระเบิดแสวงเครื่องมีลักษณะภายนอกเหมือน กับวัสดุ หรือของใช้ทั่วไป ทำให้การสังเกตหรือการพิสูจน์ทราบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องนั้นค่อนข้างทำได้ยาก แต่จะมีข้อพิจารณาในเบื้องต้นได้ดังนี้

1. เป็นวัตถุที่ไม่มีเจ้าของหรือหาเจ้าของไม่พบ เช่นมีของแปลกปลอมมาวางอยู่ และสอบถามไม่พบเจ้าของ เช่น มีกระเป๋าเดินทางที่สนามบิน แต่สอบถามไม่พบว่ามีเจ้าของ หรือมีกล่องไปวางตามตลาด แต่ไม่มีเจ้าของคอยดู เป็นต้น

2. เป็น วัตถุมีลักษณะภายนอกผิดปกติหรือผิดจากรูปเดิม ไป เช่น กล่อง มีร่องรอยเปรอะเปื้อน กล่องปิดผนึกไม่เรียบร้อย หรือมีรอยผนึกใหม่ มีรอยยับต่าง ๆ หรือมีสี ที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น

3. เป็นวัตถุที่ควรจะอยู่ในที่อื่นมากกว่าจะอยู่ตรงนั้น เช่น กล่องข้าวไปวางในห้างสรรพสินค้า หรือถังขยะไปวางตรง สี่แยกไฟแดง หรือมีกระถางต้นไม้ไปวางใน ดงต้นไม้ที่ไม่มีกระถาง

4. เป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่ตรงนั้นมาก่อนเลย เช่น มีถังขยะไปวางตรงทางเดินที่ไม่เคยมีถังขยะมาก่อน หรือมีกระเป๋า กล่องกระดาษ กล่องพลาสติก กล่องโฟม หรือ สิ่งแปลกปลอมไปวางในสถานที่ ที่ไม่เคยมีของไปวาง จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแค่เหตุผลในการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น ดังนั้นทุกคนควรจะหมั่นสังเกตว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้ามาวางในบริเวณที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน และควรจะทำและจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ จะได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย พื้นที่สาธารณะหากอะไรที่เก็บเข้าตู้ล็อกได้ควรทำให้เรียบร้อย พื้นที่ไหนอันตรายห้ามเข้าควรจะมีป้ายบอกและตรวจตราพื้นที่ดูสิ่งแปลกปลอมตลอดเวลา ถ้ามีข้อผิดสังเกตให้นึก ไว้เสมอว่า วัตถุต้องสงสัยนั้นอาจจะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง

เมื่อพบระเบิดแสวงเครื่องหรือวัตถุต้องสงสัยจะทำอย่างไร 1. ห้ามจับต้อง หยิบยกเคลื่อนย้าย ทำให้สั่นสะเทือน หรือเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด

2. สอบถามหาเจ้าของวัตถุต้องสงสัย หากไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของให้สันนิษ ฐานไว้ก่อนว่าวัตถุต้องสงสัยอาจ จะเป็นวัตถุระเบิด

3. จดจำลักษณะทั่วไปของวัตถุต้องสงสัยและบริเวณพื้นที่ที่พบเห็น เพื่อเป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ดังนี้

- ขนาด, รูปร่างของวัตถุต้องสงสัย

- ลักษณะบ่งบอกอื่น ๆ เช่น มีเสียงการทำงาน, มีสาย ไฟฟ้า เป็นต้น

4. รายงานให้ผู้รับผิดชอบสถานที่นั้นทราบ โดยรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนิน การต่อไป

5. อพยพผู้คนออกจากอาคารสถานที่นั้นโดยด่วนด้วยวิธีนุ่มนวล เพื่อไม่ให้เกิดการตื่นกลัว

6. กำหนดเขตอันตรายและป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ให้เข้าไปในเขตอันตราย โดย ใช้การประมาณการจากขนาดของ วัตถุต้องสงสัย

- ระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กปิดกั้นระยะ 100 เมตร

- ระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่, รถยนต์ระเบิดปิดกั้นระยะ 400 เมตร

7. ผู้พบเห็นวัตถุต้องสงสัยให้รอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เก็บกู้วัตถุระเบิด

การลดอันตรายจากการ ระเบิด

1. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสถานที่สามารถดำเนินการเพื่อลดอันตรายได้โดยการจัดหายางรถยนต์ขนาดที่เหมาะสม (ไม่ใหญ่เกินไป) จำนวน 3–4 เส้น เพื่อครอบวัตถุต้องสงสัยไว้ แต่วิธีนี้ผู้เข้าไปครอบจะ มีความเสี่ยงถ้าระเบิดเกิดการ ทำงาน

2. การใช้รถเข็นขนาด เล็ก (กว้าง 1 เมตร หรือ ไม่เกิน 2 เมตร) บรรทุกกระสอบทราย แล้วใช้ไม้ดันรถให้ไป ใกล้ ๆ สิ่งของต้องสงสัย ถ้ามีระเบิดแรงระเบิดจะถูกลดทอนลง โดยกระสอบทราย วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูงสุด

3. ต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้นและ อย่าให้สิ่งของต้องสงสัยถูก กระทบกระเทือนเป็นอันขาด

สิ่งเหล่านี้จะเป็นมาตร การที่จะช่วยในการระวังป้องกัน และเตรียมตัวหากเกิดไปเจอกับระเบิดมรณะเข้าไม่มากก็น้อย หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเฝ้าระวัง หมั่นตรวจสอบสถานที่อยู่ การสูญเสียจากเหตุเหล่านี้จะลดน้อยลง เพราะลำพังอาศัยเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบคงไม่เพียงพอ เท่ากับเราช่วยตรวจสอบ กันเอง.

 วันที่เผยแพร่ 20 เม.ษ. 2548
 วันที่บันทึกข้อมูล 20 เม.ษ. 2548