ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


 ชื่อเรื่อง  เลื่อนตำแหน่งตำรวจดับไฟใต้ ได้ดีกันทั่วหน้า
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  เดลินิวส์
 คอลัมน์ข่าว  ข่าววันนี้
 URL  http://www.dailynews.co.th/mapping.asp?strdate=20051023&newsid=69645&categoryid=20
 เนื้อหา ตัวแสบประกอบระเบิดป่วนใต้ เป็นแค่นศ.อิเล็คทรอนิกส์ มีเพื่อนนศ.เป็นแนวร่วมคอยนำระเบิดไปวาง เผยที่ผ่านมาวางคาร์บอมบ์ 5 คันรวด กะถล่มเละทั่วยะลา ทั้ง กอ.สสส.จชต. ศาลากลาง กองบังคับการตำรวจภูธร และ กก.ตชด. เดชะบุญพลาดเกือบหมด เพราะผูกไม่แน่นระเบิดหล่นก่อน ขณะที่จังหวัดชายแดนใต้วุ่นหนัก! ผวา “คาร์บอมบ์” ผบช.ภ.9 ออกคำสั่งด่วนห้ามตร.จอดรถหน้าบ้านพัก ไม่มีที่จอดให้ไปจอดโรงพัก กันลอบวางระเบิดใต้ท้องรถ ส่วนผู้การนราฯสั่งเข้มห้ามจอดรถในสถานที่ราชการตลอด 24 ชม. หรือจอดห่างจากตัวอาคารไม่น้อยกว่า 30 เมตร ไม่เว้นแม้รถเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งตรวจรถที่ผ่านเข้าออกละเอียดยิบ ลามไปถึงสนามบินหาดใหญ่วางมาตรการคุมเข้มเช่นกัน วางกำลังจนท.ทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าระวังทุกตารางนิ้ว ขณะที่ญาติเหยื่อ “ตากใบ” 78 ราย เตรียมยื่นฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าสินไหมทดแทนจาก 6 หน่วยงานรัฐ ฐานละเมิด-ประมาทเลินเล่อ ด้าน “ทักษิณ” จวกยับนักวิจารณ์ ไม่รู้จริงแล้วพูดเลอะเทอะ ยันลงใต้อีกรอบเร็ว ๆ นี้

  • สั่งห้ามตร.จอดรถหน้าบ้าน
    สืบเนื่องจากกลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 ต.ค. พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.ภ.9 และ หน.ศปก.ตร.ส่วนหน้า ได้มีคำสั่งด่วนที่สุด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีรถยนต์ส่วนตัวใช้ แต่ที่บ้านพักไม่มีโรงเก็บรถ หรือไม่สามารถนำรถเข้าไปเก็บในบ้านพักได้ อย่าจอดรถยนต์ไว้หน้าบ้านให้หาที่เก็บรถยนต์ส่วนตัวในสถานที่ปลอดภัย หรือให้นำไปจอดที่สถานีตำรวจ เพื่อป้องกันคนร้ายลอบเข้าไปติดระเบิดแสวงเครื่องใต้ท้องรถยนต์ ที่เกิดขึ้นติด ๆ กันหลายราย ในระหว่าง วันที่ 20-21 ต.ค.ที่ผ่านมา

    นอกจากนั้นยังได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัย เป็นสองเท่าในช่วงวันหยุดราชการติดต่อกัน 3 วัน และมีฝนตกหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกลาดตระเวนตรวจตราเส้นทาง และสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะสถานที่ราชการที่ปิดดำเนินการเพราะเป็นวันหยุดราชการ จะไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำ ซึ่งคนร้ายอาจจะฉวยโอกาสก่อความไม่สงบขึ้น จึงให้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่

  • แฉมือประกอบระเบิดเป็นนศ.
    ส่วนการสืบสวนในเชิงลึกของเหตุ การณ์ลอบวางระเบิดหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันใน จ.ยะลา ประกอบด้วย วางระเบิดรถยนต์ของ ด.ต.สมพร ลิ้มสุชาติ ตำรวจสังกัดกองบังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดยะลา วางระเบิดรถยนต์ของนางไพรินทร์ ไชยหมาน เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ที่ระเบิดหน้าสำนักงานพาณิชย์ในศาลากลางจังหวัดยะลา รวมทั้งระเบิดที่พบหน้าสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคใต้ ต.เขาตูม อ.ยะรัง ระเบิดที่พบใกล้กับ กก.ตชด.ที่ 44 ค่ายพญาลิไทย อ.เมือง และล่าสุดลอบวางระเบิดที่รถปิกอัพของ ด.ต.สมาน พุกพบสุข ตำรวจ สภ.อ.เมืองยะลา พบว่าระเบิดทั้งหมดดังกล่าว เป็นระเบิดที่ประกอบด้วยฝีมือของคน ๆ เดียวกัน ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาวิชาอิเล็กทรอนิกส์   ของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.ยะลา โดยมีแนวร่วมที่เป็นนักศึกษาที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา เป็นกำลังที่แบ่งออกเป็น 4 ชุด นำไปติดตั้งไว้ใต้ท้องรถยนต์จำนวน 4 คัน  คันแรกของ ด.ต.สมพร ซึ่งทุกเช้าจะนำรถไปจอดที่กองบังคับการฯ คันที่สองเป็นของนางไพ  รินทร์ ที่ทุกเช้าสามีของนางไพรินทร์จะขับไปทำงานที่สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ยะลา ซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด

  • กะบอมบ์กอ.สสส.จชต.
    ส่วนระเบิดที่พบริมถนนหน้า กก.ตชด. ที่ 44 คนร้ายได้นำระเบิดไปผูกติดกับรถยนต์ของ ด.ต.นายหนึ่ง ซึ่งมีบ้านพักอยู่ที่ถนนผังเมือง 4 และจะขับรถไปทำงานที่ กก.ตชด.ที่ 44 ทุกวัน แต่ปรากฏว่าแรงกระเทือนของรถทำให้ยางที่ใช้ผูกระเบิดขาด ทำให้ระเบิดร่วงหล่นอยู่ที่หน้า กก.ตชด.ที่ 44 เช่นเดียวกับระเบิดที่พบอยู่ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา บริเวณหน้าสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ซึ่งคนร้ายนำไปผูกใต้ท้องรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารยศ จ.ส.อ.นายหนึ่ง ซึ่งมีบ้านพักที่ อ.ยะรัง และขับรถไปทำงานที่ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) แต่ระเบิดหล่นลงก่อนถึงค่ายสิรินธรเพียงเล็กน้อย

  • เชื่อโจรมีรายชื่อจนท.ในมือ
    จากการสืบสวนพบสาเหตุดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มแนวร่วมมีบัญชีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีรถยนต์ส่วนตัวและขับไปทำงานในสถานที่ราชการไว้หมดแล้ว จึงฉวยโอกาสลอบนำระเบิดไปผูกติดใต้ท้องรถที่จอดอยู่นอกบ้าน เมื่อเจ้าของรถขับไปจอดในสถานที่ราชการ คนร้ายก็จะใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนให้ระเบิดทำงานทันที ส่วนระเบิดที่ติดใต้ท้องรถยนต์ของ ด.ต.สมาน จากการสืบสวนในทางลึกทราบว่า เนื่องจาก ด.ต.สมานไม่ได้ขับรถไปทำงานในวันที่ 20-21 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายเกรงว่าแบตเตอรี่ในโทรศัพท์ที่จะใช้จุดระเบิดจะหมดเสียก่อน จึงตัดสินใจจุดชนวนระเบิดขณะที่รถจอดอยู่ในบ้านพัก

    นอกจากนั้นชุดสืบสวนของ ศปก.ตร. ส่วนหน้า ยังได้ทำการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก หาที่มาของกล่องบรรจุกระสุนปืนเอ็ม 60 ที่คนร้ายใช้ในการประกอบระเบิด ว่าคนร้ายเอามาจากไหน เพราะกระสุนปืนเอ็ม 60 มีใช้ในรถฮัมวีของเจ้าหน้าที่ทหารที่ใช้ในการลาดตระเวน ซึ่ง ขณะนี้กองวิทยาการฯ กำลังตรวจพิสูจน์ว่ากล่องบรรจุกระสุนปืนเอ็ม 60 ดังกล่าวเป็นของหน่วยใด และตกไปอยู่ในมือของชุดประกอบระเบิดของขบวนการโจรก่อการร้ายได้อย่างไร

  • นราฯวุ่นผวา"คาร์บอมบ์"
    ส่วนที่ จ.นราธิวาส พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้มีคำสั่งห้ามรถยนต์ทุกคัน ไม่เว้นแม้แต่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ห้ามขับเข้าไปในสถานที่ราชการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ให้จอดไว้นอกสถานที่ราชการ ยกเว้นสถานที่ราชการที่มีบริเวณกว้าง ให้มีจุดจอดรถจักรยานยนต์ห่างจากตัวอาคารราชการ 50 เมตร เพื่อป้องกัน "คาร์บอมบ์" ที่คนร้ายแอบไปติดตั้งไว้ใต้ท้องรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ซึ่งเจ้าของรถไม่รู้ตัว และเจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวดในการตรวจค้น เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ตรวจค้นรถยนต์ทุกชนิดอย่างเข้มงวด โดยนอกจากตรวจหาวัตถุระเบิดใต้ท้องรถแล้ว ต้องตรวจภายในรถอย่างละเอียดด้วย เนื่องจากพบว่าคนร้ายได้เปลี่ยนยุทธวิธีในการก่อการร้ายอยู่ตลอดเวลา

  • ห้ามจอดรถสถานที่ราชการ
    ด้านฝ่ายปกครองได้ทำหนังสือด่วนไปยังทุกอำเภอทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพัก เพิ่มความเข้มงวดขึ้นอีกเป็นสองเท่า ในการตรวจตรารถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคัน ที่เข้ามาติดต่อราชการในสถานที่ราชการต่าง ๆ ซึ่งหากไม่มีความจำเป็นให้จอดรถไว้นอกรั้ว หรือห่างจากตัวอาคารไม่น้อยกว่า 30 เมตร เพื่อป้องกันการลอบวางระเบิดในรถยนต์ของชาวบ้านที่มาติดต่อราชการตลอด 24 ชม. โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ได้ห้ามเด็ดขาดสำหรับผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่ราชการ

  • คุมเข้มสนามบินหาดใหญ่
    ในส่วนของสนามบินนานาชาติหาด ใหญ่ จ.สงขลา นาวาอากาศโทประทีป วิจิตรโท ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ได้เพิ่มมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ โดยมีตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานทั้งในและนอกเครื่องแบบ เฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า จะมีการตั้งด่านตรวจรถยนต์ทุกคันที่วิ่งเข้ามาในเขตท่าอากาศยานอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกไม่สะดวกบ้างในบาง จุด แต่เพื่อความปลอดภัยมาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องจำเป็น อย่างไรก็ตามตอนนี้ผู้ใช้บริการเข้าใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

  • ได้ภาพสเกตช์คนร้ายฆ่าพระ
    สำหรับความคืบหน้าของการติดตามจับกุมคนร้ายที่บุกเข้าไปฆ่าพระ ฆ่าเด็กวัด และทำลายพระพุทธรูปในโบสถ์ก่อนที่จะจุดไฟเผา  ที่วัดพรหมประสิทธิ์ ต.บ้านนอก อ.ปะนาเระ       จ.ปัตตานี พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบก.   ภ.จว.ปัตตานี เปิดเผยว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและสอบพยาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของตัวคนร้าย เนื่องจากคดีนี้พยานที่เห็นเหตุการณ์ไม่รู้จักคนร้าย แต่ก็ได้สเกตช์  ภาพคนร้ายได้ส่วนหนึ่ง และจากการสืบสวนในเชิงลึก มีรายละเอียดของคนร้ายพอสมควร รวมทั้งจากการนำกลุ่มบุคคลต้องสงสัยมาสอบสวน ซึ่งได้ให้การที่เป็นประโยชน์มาก ทำให้รู้ตัวกลุ่มคนร้ายแล้ว แต่ยังติดตามตัวผู้ต้องสงสัยเหล่านั้นไม่พบ เชื่อว่าหลังก่อเหตุได้หลบไปซ่อนตัวยังต่างอำเภอเป็นการชั่วคราว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติด ตามตัวอยู่

  • "เบอร์ซาตู"จ้องป่วนครั้งใหญ่
    รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ชุดติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มวัยรุ่นแนวร่วมที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มเยาวชน เบอร์ซาตู" ในพื้นที่ จ.นรา     ธิวาส พบว่าได้หายตัวออกนอกพื้นที่ไปเป็นจำนวนมากมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว โดยรายงานข่าวในเชิงลึกระบุว่า กลุ่มเยาวชนดังกล่าวอย่างน้อย 80 คน ที่เจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมอยู่อย่างใกล้ชิด ได้แอบไปพบปะกันในสถานที่แห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี เพื่อรับมอบนโยบายจากกลุ่มแกนนำให้กลับมาสร้างความวุ่นวาย และสร้างสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส ครั้งใหญ่ก่อนสิ้นเดือน ต.ค.นี้

  • 5อำเภอในนราฯตกเป็นเป้า
    โดยมีเป้าหมายคือ 1.ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และสถานียุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลม รวมทั้งหมู่บ้านและชุมชนไทยพุทธ 2.ลอบเผาและวางเพลิงสถานที่ราชการ สถานีอนามัย โรงเรียน และวัด โดยจะแบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วนคือ ชุดโปรยตะปูเรือใบ เผายางรถยนต์ขวางถนน และโค่นต้นไม้ขวางถนนเพื่อถ่วงเวลาการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ และชุดรถจักรยานยนต์ตระเวนวางยาเบื่อสุนัขที่เฝ้าอยู่ตามสถานที่ราชการต่าง ๆ ก่อนจะให้ชุดใหญ่มาลงมือ โดยล่าสุดกลุ่มเยาวชนเบอร์ซาตูอย่างน้อย 80 คน พร้อมทำงานแล้ว และได้เข้ามาแทรกซึมอยู่ในพื้นที่ 5 อำเภอใน จ.นราธิวาสแล้ว ประกอบด้วย อ.สุไหงปาดี ระแงะ ตากใบ สุไหงโก-ลก อ.เมือง เพื่อรอคำสั่งจากแกนนำอีกครั้งว่าจะให้ลงมือเมื่อไหร่

  • พระราชทานเพลิงศพพระ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่วัดพรหมประสิทธิ์ บ้านเกาะ ต.บ้าน นอก อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นประธาน ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระแก้ว โกสโล อายุ 78 ปี พระลูกวัดพรหมประสิทธิ์ รวมทั้งฌาปนกิจศพ นายหาญณรงค์ คำอ่อง อายุ 17 ปี และนายสถาพร สุวรรณรัตน์ อายุ 14 ปี ศิษย์วัดพรหมประสิทธิ์ ที่ถูกคนร้ายบุกฆ่าและเผาเสียชีวิตเมื่อกลางดึกวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีบรรดาญาติพี่น้อง ประชาชน ข้าราชการ และพระสงฆ์ในพื้นที่จำนวนมากร่วมพิธี

  • ออกแถลงการณ์จี้จับคนร้าย
    ขณะเดียวกันได้มีใบแถลงการณ์ของคณะสงฆ์ จ.ปัตตานี แจกจ่ายให้กับผู้มาร่วมพิธีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยในใบแถลงการณ์ระบุว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นที่สลดใจ สร้างความหวาดกลัวและหวาดระแวงให้กับประชาชน โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก คณะ สงฆ์ จ.ปัตตานี จึงได้ประชุมและมีมติพร้อมข้อเสนอแนะจำนวน 20 ข้อ โดยเนื้อหาของแถลงการณ์ระบุเรียกร้องให้รัฐดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้ พร้อมเข้ามาดูแลรักษาความปลอด  ภัยให้กับพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งศาสนบุคคลและศาสนสถาน ทั้งยังสนับสนุนการต่ออายุของ พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548"

  • ร้องขอ"พัลลภ"กลับมาลุย
    นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้บุคคลที่มีความสามารถอย่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รอง ผอ.กอ.รมน., พล.อ.กิตติ รัตนฉายา และ พล.อ. พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สองอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 กลับมารับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อม  ให้มีการยกเลิกและยุบองค์กรอิสระของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เพราะก่อให้เกิดความแตกแยก และทำให้การทำงานในฝ่ายความมั่นคงไม่เป็นเอกภาพ ส่วนเนื้อหาในข้ออื่น ๆ ของแถลงการณ์ มีการเรียกร้องให้รัฐใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบและถูกต้องเป็นธรรม ในการปฏิบัติงานโดยไม่ลำเอียง

  • "แม้ว"จวกเละนักวิจารณ์
    ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน" ถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเวลานี้สั่งให้ปรับวิธีการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการจัดกำลังที่ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำงานในลักษณะล่อแหลม และให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งเรื่องพัฒนา เข้าใจ และเข้าถึง รวมทั้งการดูแลเรื่องการปฏิบัติ และการบังคับใช้กฎหมาย ที่จะต้องทำต่อไป

    ส่วนการขยายเวลาการใช้ พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากเหตุการณ์ยังไม่ยุติก็ต้องใช้ต่อ พร้อมกับขอร้องนักวิจารณ์ทั้งหลายว่า ก่อนที่จะวิจารณ์อะไรขอให้อ่านรายละเอียดของเนื้อหาให้ชัดเจนก่อน

    "จุดอ่อนของประเทศไทยคือนักวิจารณ์ เอาไมโครโฟนจ่อปากพูดได้ทุกคน โดยที่ไม่รู้ว่าเนื้อหาคืออะไร ฟังมาได้ครึ่งหูก็ตอบได้หมดแล้ว ไม่รู้เลยว่าเนื้อหาใน พ.ร.บ.คืออะไร แล้วเปรียบเทียบกับคนอื่นคืออะไร พูดกันจนวุ่น ผมก็เลยบอกว่า ถ้าจะพูด พูดได้เต็มที่เลย แต่ขอให้อ่านเสียหน่อย ไม่รู้จริงแล้วชอบพูด พอพูดแล้วก็เลยเลอะ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

  • ยันลงพท.3จังหวัดใต้อีกครั้ง
    พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยอีกว่า จะเดินทางไปตรวจพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง ขณะนี้กำลังจัดเวลา โดยจะรอให้เจ้าหน้าที่ปรับการทำงานให้เรียบร้อยก่อน แล้ว จึงจะไปตรวจว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยให้คำแนะนำ และว่าไม่ต้องการไปบ่อย ๆ จะทำให้เจ้าหน้า ที่ทำงานลำบาก

    ต่อข้อถามถึงกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญย รัตกลิน ผบ.ทบ. ระบุว่า ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลตอบโต้กับประเทศมาเลเซีย เพราะเกรงว่าจะถูกนำไปขยายเป็นประเด็นในองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้เป็นเรื่องภายใน ซึ่งตนจะดูแลเอง เพราะนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ไม่ต้องเป็นห่วง รัฐบาลมีวิธีการดูแล และตนก็พอมีความรู้ในเรื่องการต่างประเทศอยู่บ้าง และน่าจะมากกว่าคนที่วิจารณ์ด้วยซ้ำ ดังนั้นจะต้องไว้วางใจ

  • เลื่อนตำแหน่งตร.ดับไฟใต้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งแต่งตั้งรอง สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า นปพ.ภ.จว.ในสังกัด บช.ภ.1-9 ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ดำรงตำแหน่ง สว. เพื่อตอบแทนการทำงาน โดยมีรายชื่อดังนี้ ร.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล เป็น สว.กก.ปพ.ศสส.ภ.1 ร.ต.อ.สำราญ น้อยทุ่ง เป็น สว.ธร.สภ.อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ร.ต.อ.เสกสรร ปานทับ เป็น สว.จร.สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี ร.ต.อ.ชัยภัทร ศรีอาจ เป็น สวป. สภ.อ.มะขาม จ.จันทบุรี ร.ต.อ.ชาญยุทธ เวชช ศาสตร์ เป็น สว.ธร.สภ.อ.เมืองยโสธร ร.ต.อ. เฉลิมพล วิสุทธิ์เมธากร เป็น สว.กลุ่มงาน สส.    ภ.จว.อุบลราชธานี ร.ต.อ.ธัชพงศ์ พรหมมา เป็น สว.กลุ่มงาน สส.ภ.จว.ศรีสะเกษ ร.ต.อ.วทัญญู รุ่งรัศมี เป็น สวป.สภ.อ.กุดชุม จ.ยโสธร

    ร.ต.อ.สุทธิพงษ์ วงษ์ปัญญา เป็น สวป.สภ.อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย ร.ต.อ.ยอดเพชร โควานา เป็น สวป.สภ.กิ่งอ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ร.ต.อ.ประเสริฐศิลป์ พลนุรักษ์ เป็น สว.ฝอ.ภ.จว.มุกดาหาร ร.ต.อ.จเร ทิพย์พันธุ์ เป็น สวป.สภ.อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ร.ต.อ. อรรพพล ประกอบดี เป็น สวป.สภ.ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย ร.ต.อ.ศุภฤกษ์ ยอดคำ เป็น สว.กก.ปพ.ศสส.ภ.5 ร.ต.อ.ธีรยศ พุ่มภัทรชาติ เป็น สวป.สภ.อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ร.ต.อ.เจริญ บุญเอนก เป็น สว.ฝอ.2 บก.อก.ภ.6 ร.ต.อ.   วรียุทธ อรุณ เป็น สวป.สภ.ต.ด่านแม่คำมัน  จ.อุตรดิตถ์ ร.ต.อ.วินัย ผินอินทรี เป็น สว.กก.   ปพ.ศสส.ภ.6 ร.ต.อ.ธีรเดช แจ่มแจ้ง เป็น สวป. สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

    ร.ต.อ.ยุทธชัย มีสายมงคล เป็น สว. กลุ่มงาน สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ร.ต.อ.ชูชีพ ตะโฉ เป็น สว.สส.สภ.อ.บ้านแผ้ว จ.สมุทรสาคร  ร.ต.อ.สาโรจน์ ก้อนพรหม เป็น สว.กก.อารักขาและรักษาความปลอดภัย ร.ต.อ.วรวัชร แค้ม    วงศ์ เป็น สวป.สภ.ต.หนองรี่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ร.ต.อ.สมศักดิ์ ถาวรมงคล เป็น สว.สส.สภ.อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ร.ต.อ. ปรีชา กิ่มเกลี้ยง เป็น สว.กลุ่มงาน สส.ภ.จว. นราธิวาส และ ร.ต.อ.ไพฑูรย์ บัตรสูงเนิน เป็น สว.กลุ่มงาน สส.ภ.จว.นราธิวาส

  • มาเลย์ป้องกันแนวชายแดน
    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุง กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า มาเลเซียจะเพิ่มกำลังทหารประจำการตามแนวชายแดนที่ติดกับไทย เพื่อป้องกันการลักลอบรุกล้ำข้ามแดน หลังการตรวจพบทหารไทยพยายามสืบหาข่าว ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ทางการได้เพิ่มบุคลากรด้านความมั่นคง เพื่อจับตาตรวจสอบสถานการณ์ตามแนวชายแดน เพื่อไม่ให้ผู้ใดล่วงเข้าเขตแดน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ซึ่งหากผู้ใดข้ามเข้าไปเพื่อหาข้อมูลก็จะไม่อนุญาต เพราะต้องเคารพเขตแดนของมาเลเซีย
  •  วันที่เผยแพร่ 23 ต.ค. 2548
     วันที่บันทึกข้อมูล 25 ต.ค. 2548