ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


 ชื่อเรื่อง  พ.ต.อ.(พิเศษ) พีระ บุญเลี้ยง กับ...ปาฏิหาริย์แห่ง ชายผ้าถุงแม่
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  คมชัดลึก
 คอลัมน์ข่าว  พระเครื่อง
 URL  http://www.komchadluek.net/detail/20100904/72025/พ.ต.อ.(พิเศษ)พีระบุญเลี้ยงกับ...ปาฏิหาริย์แห่ง“ชายผ้าถุงแม่”.html
 เนื้อหา คมชัดลึก :คติความเชื่อและการถือเคล็ดอย่างหนึ่งของนักรบที่มีมาแต่โบราณกาลจนถึงทุกวันนี้ คือ การขอเศษชายผ้าถุงแม่ หรือขอชานหมากของพ่อ และหากพ่อเสียชีวิตก่อนเผาก็จะขอฟันของพ่อ เพื่อเป็นเครื่องรางของขลังติดตัวไป ก่อนไปออกสนามรบ ซึ่งมีเรื่องเล่าปาฏิหาริย์ชายผ้าถุงแม่มากมาย ทั้งนี้คนไทยมีคติความเชื่อว่า ผ้าถุงที่แม่นุ่งนั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ นายทหารนายตำรวจหลายคน เวลาจะลงรบ จะไปกราบลาแม่ก่อนออกสงคราม แม่จะฉีกชายผ้าถุงให้ ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ต้องปลุกเสก

นักรบคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ปาฏิหาริย์ชายผ้าถุงแม่ คือ พ.ต.อ.(พิเศษ) พีระ บุญเลี้ยง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา (รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา) หรือสารวัตรพี่โตของคนวงการพระเครื่อง ซึ่งเป็นหัวแรงสำคัญในการจัดงานการจัดงานประกวดพระเครื่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๓ บนชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เพื่อนำรายได้มอบให้กองทุน พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา (จ่าเพียร วีรบุรุษแห่งเทือกเขาบูโด) รวมทั้งกองทุนตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดภาคใต้ และกองทุนผู้พิทักษ์แผ่นดินไทย ในนามสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย อันมี พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคม รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการจัดงานครั้งนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมและชมรมพระเครื่องทุกแห่ง ได้รับยอดเงินรวมทั้งสิ้น ๘,๔๗๘,๙๖๐ บาท

 สารวัตรโต เล่าให้ฟังว่า ด้วยเหตุที่เป็นหัวหน้านักเรียนและเป็นประธานรุ่น ทันทีที่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ ต้องเสียสละให้เพื่อนร่วมรุ่นเลือกที่จะลงไปประจำการที่จังหวัดใด ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าทุกคนต้องเลือกจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดของตนเองเป็นอันดับแรก ส่วนจังหวัดที่เสี่ยงภัยไม่มีความปลอดภัย เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครอยากลงไปปฏิบัติหน้าที่ จึงอาสาสมัครลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน อ.ยะหา จ.ยะลา สมัยนั้นมีทั้งผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผ.ก.ค.) และโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา (จ.ค.ม.) และ ผ.จ.ก.

 เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ ระหว่างออกปฏิบัติหน้าที่เข้าแผน ถูกซุ่มยิงประมาณตอนทุ่มเศษๆ กระสุนปืนเอ็ม ๑๖ ฝังหัวกะโหลก คิ้วขาด จากนั้นก็ถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ กทม. ประมาณ ๖ เดือน จึงหายเกือบเป็นปกติ เพราะกระสุนปืนยังไม่ได้ถูกผ่าออก จากนั้นก็ถูกย้ายให้มาประจำการที่ กทม. ให้หลังจากนั้นอีกประมาณ ๕ ปี กระสุนปืนที่ค้างในกะโหลกจึงถูกขับออกจากร่างกายโดยธรรมชาติ

 ด้วยเหตุที่เป็นนักเรียนนายร้อยจบใหม่ ผู้ใหญ่ก็ไม่รู้จัก รวมทั้งไม่รู้จักใครในวงการพระเครื่อง เรื่องเครื่องรางของขลังและพระเครื่องดีๆ ที่เขาว่าคงกระพันชาตรี เหนียว และแคล้วคลาดไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีใครให้ และไม่รู้จะหามาจากที่ไหน  แต่มีเรื่องเล่าของทหารและรุ่นพี่ๆ เรื่องปาฏิหาริย์แห่งชายผ้าถุงแม่ว่า เครื่องรางที่ดีที่สุด คือ ชายผ้าถุงของแม่ ที่เข้มขลังโดยไม่ต้องปลุกเสก ก่อนที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ได้ไปกราบลาขอพร รวมทั้งขอชายผ้าถุงของท่าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าชายผ้าถุงของแม่แสดงปาฏิหาริย์จริงๆ ทุกวันนี้นอกจากพระเครื่องแล้วที่ขาดไม่ได้ คือ ชายผ้าถุงของแม่

 “ข้าราชการทหารตำรวจที่ลงไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าร่างกายแข็งแรงแต่จิตใจไม่เข้มแข็งก็เป็นเรื่องยาก ผมสมัครลงไปทำงานใน ๓ จังหวัดภาคใต้ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๒ แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองในองค์กรตำรวจ จึงไม่มีการโยกย้าย รอมาถึงปี ๒๕๕๓ จึงได้ไปทำงานดังที่ตั้งใจ ในตำแหน่งรอง ผบก.ภ.จ.ยะลา

 ทุกวันนี้ ผมพอแล้วกับการทำงานในกรุงเทพฯ ผมอยากลงไปอยู่กับตำรวจและประชาชน ซึ่งน่าจะมีประโยชน์มากกว่าอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ทำอะไรที่เป็นตัวตนอย่างชัดเจน” สารวัตรโตกล่าว

 สำหรับประสบการณ์ปะทะกับผู้ก่อการร้ายนั้น สารวัตรโต ชูมือที่เหลือ ๔ นิ้ว ที่เกิดจากการปะทะ พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ในชีวิตรับราชการตำรวจ เคยตีค่าย ผ.ก.ค.มา ๔ ครั้ง ยิ่งกันในระยะประชิดเป็นเรื่องธรรมดา

 ส่วนการลงไปครั้งนี้ ต่างจากเมื่อเรียนจบนักเรียนนายร้อยใหม่ๆ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นฝ่ายบริหาร แต่ผมจะไม่ยอมให้ลูกน้องออกหน้าอย่างเด็ดขาด สิ่งหนึ่งเป็นสัจธรรมในการออกรบ คือ บาดแผลจากสงคราม และสงครามใดที่มีบาดแผล เสียเลือดเนื้อ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นได้ กลับเป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งๆ ขึ้น จนกลายเป็นเรื่องบานปลาย และยากเกินที่จะสิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้น

 เมื่อถามถึงการเข้ามาอยู่วงการพระเครื่อง สารวัตรโต บอกว่า โดยส่วนตัวแล้วนับถือกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพราะฉะนั้นจึงมีความศรัทธาหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นพระที่เป็นอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปี ที่อยู่ในวงการพระเครื่อง เป็นการอยู่แบบพี่แบบน้อง ไม่มีพรรค มีแต่พวกเท่านั้น ถือเป็นองค์กรเดียวที่เป็นศูนย์รวมของคนจากทุกวงการ โดยไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ

 สิ่งหนึ่งที่เป็นน้ำใจของพี่น้องพ้องเพื่อนในวงการพระเครื่องอย่างล้นหลาม คือ ครั้งแรกที่ลงไปทำงานที่ยะลาเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ไม่มีพระดีสักองค์ แต่ครั้งล่าสุดขืนห้อยพระที่คนในวงการพระเครื่องให้ไปมีหวังคอหักตายก่อนที่จะออกไปต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย โดยพระเครื่องทั้งหมดเลือกแขวนพระหลวงปู่ศุข ซึ่งได้รับมอบจากพี่พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย เพียงองค์เดียวเท่านั้น

 อย่างไรก็ตาม จากการที่เคยบวชพระและฝึกปฏิบัติธรรมมาถึง ๓ ครั้ง โดยครั้งแรกบวชก่อนเป็นตำรวจ ครั้งที่ ๒ บวชเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๓๐ ช่วงที่ทำงานหนักๆ และครั้งที่ ๓ บวชเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑  ซึ่งมีอยู่สิ่งหนึ่งที่สารวัตรโตยึดปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ คือ สวดมนต์นั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน และเมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะสวดมนต์อีกครั้งหนึ่งก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ สารวัตรโตจะบอกเพื่อนตำรวจที่อยู่ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอว่า

  “มีสติ ก็มีลมหายใจ หมดสติก็หมดลมหายใจ เสื้อเกราะและอาวุธปืนอาจจะป้องกันกายได้ แต่ที่ป้องทางกายและใจได้เป็นอย่างดีคือ สติ ส่วนพระเครื่องและเครื่องรางของขลังนั้นเป็นส่วนประกอบทำให้สติเรามั่นคงมากยิ่งขึ้น เพราะตราบใดที่สติเราหลุดออกไป สิ่งแรกที่จะดึงสติเรากลับมาคือ พระเครื่อง เครื่องรางของขลัง”

 “เครื่องรางที่ดีที่สุดคือ ชายผ้าถุงของแม่ที่เข้มขลังโดยไม่ต้องปลุกเสก ก่อนที่จะลงไปปฏิบัติหน้าที่ได้ไปกราบลาขอพรรวมทั้งขอชายผ้าถุงของท่าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าชายผ้าถุงของแม่แสดงปาฏิหาริย์จริงๆ”

 วันที่เผยแพร่ 4 ก.ย. 2553
 วันที่บันทึกข้อมูล 8 ก.ย. 2553