ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


ยิงกลางมัสยิดที่ระแงะ - บึ้มป่วนแว้ง 3 ลูกส่งท้ายรอมฎอน
 ชื่อเรื่อง  ยิงกลางมัสยิดที่ระแงะ - บึ้มป่วนแว้ง 3 ลูกส่งท้ายรอมฎอน
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  สำนักข่าวอิศรา
 คอลัมน์ข่าว  ศูนย์ข่าวภาคใต้ : เรื่องเด่นภาคใต้
 URL  https://www.isranews.org/content-page/67-south-slide/77149-wang.html
 เนื้อหา ก่อนสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย.62 คนร้ายก่อเหตุอุกอาจ บุกยิงผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตถึงในมัสยิด ในอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ต่อมาในช่วงเช้าจันทร์ที่ 3 มิ.ย. คนร้ายลอบวางระเบิดอีก 3 จุดในย่านชุมชนของอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาสเช่นกัน มัสยิดที่เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงเหยื่อขณะกำลังประกอบศาสนกิจ คือ มัสยิดบ้านอาแว หมู่ 6 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ คนร้ายใช้อาวุธปืนพกจ่อยิง นายปักรูดิง โต๊ะเด็ง อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านอาแว ตำบลมะรือโบตก โดยรัวกระสุนใส่หลายนัดจน ทำให้นายปักรูดิงเสียชีวิตคาห้องโถงที่ใช้ประเกอบพิธีละหมาด นอกจากนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน คือ นายมะยูดี อาบู อายุ 43 ปี เป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน คาดว่าโดนลูกหลงจากกระสุนปืนของคนร้าย หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบและสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า คนร้ายมากัน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดบริเวณกำแพงรั้วของมัสยิด จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้เดินเข้าไปในมัสยิด ทำทีเข้าไปละหมาด แต่เมื่อพบนายปักรูดิง ก็ได้ชักปืนออกมายิงใส่ 4 นัดซ้อน โดยก่อเหตุระหว่างทำพิธีละหมาด จนชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีออกจากมัสยิดกันวุ่นวาย ส่วนคนร้ายได้อาศัยจังหวะชุลมุน วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนจอดรออยู่ ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการสังหาร แต่ได้ตั้งประเด็นสอบสวนไว้กว้างๆ 2 ประเด็น คือ ความขัดแย้งส่วนตัว กับประเด็นทางความมั่นคง ส่วนที่อำเภอแว้ง คนร้ายลอบวางระเบิดถึง 4 จุด เพื่อสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ตำบลโละจูด โดยตอนแรกช่วงเช้าตรู่ ตำรวจรับแจ้งเหตุชาวบ้านโดนระเบิดขณะต้อนวัวไปเลี้ยงใกล้ฐานทหาร จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี แรงระเบิดทำให้ นายซูนัยดี ดือรอนิง คนเลี้ยงวัววัย 47 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันปฐมพยาบาลและรีบนำส่งโรงพยาบาลแว้ง จากนั้นชุดอีโอดีได้เข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณสองข้างทาง โดยเปิดเครื่องรบกวนสัญญาณมือถือและวิทยุสื่อสารเอาไว้ ปรากฏว่าระหว่างนั้นยังมีระเบิดเกิดขึ้นอีก 2 ครั้ง แต่ละจุดห่างกันเพียง 3-5 เมตรเท่านั้น โดยมีเศษซากชิ้นส่วนและวงจรหน่วงเวลาระเบิด หรือ ไอซีไทม์เมอร์ กระจายเกลื่อน โชคดีที่กำลังพลไม่ได้รับอันตราย นอกจากนั้นห่างออกไปราว 100 เมตร พบวัตถุต้องสงสัยบรรจุในกระสอบปุ๋ย มีสายไฟโผล่ออกมา 2 เส้น เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย ปรากฏว่าเป็นระเบิดปลอม จึงเก็บรวบรวมหลักฐานเอาไว้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่ สำหรับเดือนรอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอดปีนี้ ซึ่งตรงกับปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. มีสถิติการเกิดเหตุรุนแรงใกล้เคียงกับ 2 ปีก่อนหน้า จากการรวบรวมสถิติตัวเลข พบว่า เหตุรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงเดือนรอมฎอนมีทั้งหมด 26 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเหตุลอบยิงและลอบวางระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 12 ราย บาดเจ็บ 45 ราย และมีผู้ต้องหาคดีความมั่นคงเสียชีวิตจากเหตุปะทะ ถูกเจ้าหน้าที่ทำวิสามัญฆาตกรรม 1 ราย จับกุมได้ 1 คน ตัวเลขจำนวนเหตุการณ์ที่มากถึง 26 เหตุ หรือเฉลี่ยเกือบวันละ 1 เหตุการณ์ ทำให้เดือนรอมฎอนปีนี้ ซึ่งควรเป็นเดือนแห่งบุญ มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในระดับสูง หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และสถานการณ์ในภาพรวมไม่ได้ดีขึ้น โดยเมื่อปี 60 มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 23 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 16 ราย ปี 61 มีเหตุรุนแรง 29 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25 คน และบาดเจ็บ 15 ราย ล่าสุดปีนี้ ปี 62 มีเหตุรุนแรง 26 ครั้ง เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บ 45 ราย นี่คือภาพรวมของสถานการณ์ไฟใต้ช่วงรอมฎอน ซึ่งดูแล้วก็ยังทรงๆ ไม่ได้ดึขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการสำนักจุฬาราชมนตรี แสดงทัศนะกรณีเกิดเหตุยิงในมัสยิด และเหตุรุนแรงที่กระทำต่อกลุ่มเปราะบาง เด็กและสตรี ว่า "การต่อสู้ที่ทำให้มัสยิดกลายเป็นพื้นที่สังหาร ผู้ละหมาดเป็นเป้ากระสุน สตรีเป็นเหยื่อความคลั่งแค้น นักบวชถูกกระทำรุนแรง เป็นการต่อสู้ของผู้ที่หัวใจต่ำตม มิใช่การทำเพื่อชาติ มิใช่เพื่อศาสนา แต่เป็นการเดินตามก้าวย่างของซาตานโดยแท้"
 ภาพประกอบ [1]
มัสยิดในอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ที่คนร้ายบุกยิงผู้ใหญ่บ้าน
 ภาพประกอบ [2]
ทหารกำลังปฐมพยาบาลหนุ่มใหญ่เหยื่อระเบิดขณะกำลังเลี้ยงวัวในอำเภอแว้ง
 วันที่เผยแพร่ 3 มิ.ย. 2562
 วันที่บันทึกข้อมูล 19 มิ.ย. 2562