ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


คืบหน้าผู้รับเหมาปืนโหด! ลูกน้องถูกยิงเสียชีวิตแล้ว หลังทวงค่าแรง 200 บาท เมียพ้อนามสกุลเดียวกันแท้ๆ ไม่อภัยเด็ดขาด
 ชื่อเรื่อง  คืบหน้าผู้รับเหมาปืนโหด! ลูกน้องถูกยิงเสียชีวิตแล้ว หลังทวงค่าแรง 200 บาท เมียพ้อนามสกุลเดียวกันแท้ๆ ไม่อภัยเด็ดขาด
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  ผู้จัดการ
 คอลัมน์ข่าว  ภาคใต้ : ข่าวภาคใต้
 URL  https://mgronline.com/south/detail/9640000008045
 เนื้อหา ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ความคืบหน้าผู้รับเหมาปืนโหดยิงลูกน้อง 4 นัด เรื่องทวงเงินค่าแรง ล่าสุด ลูกน้องตายแล้ว เมียผู้ตายเผยคนยิงเป็นญาตินามสกุลเดียวกัน โดยตนจะไม่ขอให้อภัยแม้จะมาขอขมา ด้านพี่สะใภ้บอกคนตายขอเบิกแค่ 200 ไม่ใช่ 750 โดยเก็บไว้ใช้ 100 และจ่ายหนี้ตน 100 บาท วันนี้ (26 ม.ค.) ความคืบหน้าคดีผู้รับเหมาปืนโหดยิงลูกน้อง 4 นัด บาดเจ็บสาหัส ขณะตั้งวงดื่มกินกันที่หน้าบ้านเลขที่ 54 หมู่ 1 ถนนชลทัศน์ บ่อหูด-พังเค็ม ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา เมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา สาเหตุมาจากไปทวงเงินเรื่องค่าแรง 750 บาท แต่ผู้รับเหมาจ่ายแค่ 300 บาทจึงโต้เถียงกัน ล่าสุด นายมนู ประสงค์ หรือนัส อายุ 34 ปี คนงานก่อสร้างได้เสียชีวิตลงแล้ว และญาติได้รับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่สำนักสงฆ์ช่อพิกุล หมู่ 1 ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและญาติพี่น้อง ในขณะที่ นายปัญญา ยกรัตน์ อายุ 56 ปี หรือโชค ผู้รับเหมาที่ก่อเหตุ ตำรวจ สภ.สามบ่อ ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนและยอมรับสารภาพก่อนนำไปชี้จุดเกิดเหตุ และได้แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่น และ พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้าน น.ส.สิริพร ยกรัตน์ อายุ 27 ปี ภรรยาของผู้ตายบอกว่า อยู่กินมีลูกด้วยกัน 1 คน เป็นผู้หญิงอายุ 2 ขวบครึ่ง เมื่อคืนนี้คุยกันครั้งสุดท้ายประมาณ 20.30 น. แล้วสามีก็ออกไป กระทั่งมีคนมาบอกว่าสามีถูกยิงจึงรีบไปดู พบนอนจมกองเลือดอยู่ ซึ่งคนยิงกับตนก็เป็นญาตินามสกุลเดียวกัน และสามีเพิ่งไปทำงานด้วยกันแค่วันเดียว และจะไม่ยอมให้อภัยแม้จะมาขอโทษก็ตาม โดยผู้ก่อเหตุนั้นเวลาเมามักจะชอบยิงปืนเป็นประจำ ส่วนสามีตนก็ยอมรับว่าเป็นคนใจร้อนแต่ก็ไม่น่าทำกันถึงขนาดนี้ ในขณะที่พี่สะใภ้ของผู้ตาย ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ก่อนที่จะมีการยิงกันขึ้นบอกว่า ในช่วงประมาณ 22.00 น. ได้เดินทางไปหาผู้ตายที่นั่งตั้งวงกินเหล้าอยู่กันนายจ้างและเพื่อนฝูงเพื่อขอเงินที่ติดค้างไว้ โดยทางผู้ตายได้ขอเบิกเงินนายจ้าง จำนวน 200 บาท ซึ่งทางนายจ้างได้ยินว่า 750 บาท ตนจึงบอกนายจ้างไปอีกทีว่า ผู้ตายขอเบิกแค่ 200 บาท จากนั้นนายจ้างก็ให้ผู้ตายไปหยิบกระเป๋ามาให้ และยื่นเงินให้ 200 บาท โดยตนเอาไป 100 บาท ส่วนอีก 100 บาท ผู้ตายเก็บเอาไว้ และตนก็กลับบ้านไป มารู้อีกครั้งว่ามีการยิงกันซึ่งปกติทั้งคู่ก็สนิทสนมกันดีกินเหล้าด้วยกันตลอด
 ภาพประกอบ [1]
 ภาพประกอบ [2]
 วันที่เผยแพร่ 26 ม.ค. 2564
 วันที่บันทึกข้อมูล 27 ม.ค. 2564