ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


น้ำท่วมใต้ สวนทุเรียนยืนต้นตาย เกษตรกรรับไม่ได้ปล่อยน้ำเขื่อน อย่าอ้างน้ำป่าหลาก
 ชื่อเรื่อง  น้ำท่วมใต้ สวนทุเรียนยืนต้นตาย เกษตรกรรับไม่ได้ปล่อยน้ำเขื่อน อย่าอ้างน้ำป่าหลาก
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  แนวหน้า
 คอลัมน์ข่าว  ในประเทศ : ภูมิภาค
 URL  https://www.naewna.com/local/548371
 เนื้อหา 27 มกราคม 2564 จากกรณีเกิดภัยพิบัติอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ในหลายพื้นที่ต้องได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมสูงในรอบหลายสิบปี นอกจากนี้น้ำที่ท่วมขังติดต่อกันนาน 6 - 7วัน ก่อเกิดความเสียหายต่อสัตว์เลี้ยง สวนพืช สวนผลไม้ของเกษตรกรเป็นวงกว้าง โดยพื้นที่ตำบลบาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เกิดภัยน้ำท่วมสูงในระดับสูง 2 เมตร และยังเกิดภาวะน้ำท่วมขังส่งผลกระทบต่อสวนพืชผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่เป็นวงกว้างกินพื้นที่ไม่น้อยกว่า 700 ไร่ นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งในรอบ 7 ปี สร้างความเสียหายต่อเศษฐกิจ ที่เป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้นอกจากสวนยางพารา ทีมข่าวชายแดนใต้ได้ลงพื้นที่เพื่อดูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และเข้าให้กำลังใจและมอบปัจจัยถุงยังชีพจากธนาคารไทยพาณิชย์ กองทัพอากาศ ร่วมกับศอ.บต.และบริษัทซูเพิร์บครีเอชั่นเฟอร์นิเจอร์ปะเทศไทยจำกัด เพื่อการสร้างขวัญและกำลังใจในการที่จะเดินหน้าฟื้นฟู่จากความเสียหายในครั้งนี้ จากการพูดคุยจากเกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบระบุว่า สิ่งที่เกษตรยอมรับไม่ได้จากภัยพิบัติน้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงลำพัง แต่เกิดจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนที่มีมวลน้ำมหาศาลไหลข้าม ห้วย คลอง ผ่านสวนทุกเรียนของชาวบ้าน ไม่ได้ไหลมาทางคลองปกติ จะเห็นได้ว่าบริเวณสวนทุกเรียนที่ได้รับผลกระทบ เกิดความเสียยืนตายนั้นห่างจากคลอง 3-4 กิโลเมตร แต่ทำไมหน่วยงานจังหวัดยะลาถึงพยายามเบี่ยงเบนว่า ไม่ได้เกิดจากสาเหตุปล่อยน้ำจากเขื่อน แต่กลับพยายามพูดให้เข้าใจว่าเกิดจากน้ำป่าไหลหลากทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง นายบานียามิง อาลีมามะ เผยว่า เกษตรกรไม่รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อน จนกระทั่งเห็นมวลน้ำขนาดใหญ่มีความรุนแรงเอ่อเข้าในสวนเมื่อเวลา 08.00น.ของวันที่ 6 มกราคม 64 ซึ่งตรงกับเพจแจ้งเตือนของเขื่อนว่า จะมีการน้ำเขื่อนเมื่อเวลา 06.00น.ของวันเดียวกัน จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆจนขึ้นสูงในระดับ 2 เมตร 'ชาวบ้านในพื้นที่ต้องระดมกำลังช่วยเหลือกันจึงถึงยามสอง ไม่หลับไม่นอนกันเลยทีเดียว แล้วยังเกิดภาวะท่วมขังนานถึง 6 วันติดต่อกัน พอน้ำเริ่มลดลงภาพที่เห็นต้นทุเรียนปลูกมาอายุไม่น้อยกว่า 2 ปี ในพื้นที่ 10ไร่ ต้องทยอยยืนตายจากไป โดยไร้ความรับชอบใดๆ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ยินการแสดงความรับผิดชอบใดๆแม้คำขอโทษสักคำ' นายบานียามิง อาลีมามะ บอกอีกว่า สิ่งที่ชาวบ้านเรียกร้องช่วงนี้คือเรื่องการเยียวยาที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่จ่ายตามหลักเกณฑ์ระเบียบของทางราชการที่กำหนดในวงเงิน ที่ไร่ละไม่เกิน 1,600 บาทและไม่เกิน 30 ไร่ เนื่องจากปัจจุบันการลงทุนทำสวนทุเรียนสูงมาก กว่าจะโตได้ไม่ง่ายเลย ต้องดูแลเอาใจใส่อย่างดี ไม่ใช่สวนยาง ยิ่งบางรายต้นที่เคยให้ผลผลิดมาแล้วต้องใช้เวลาเกือบ10ปี แล้วมานับหนึ่งใหม่ ที่สำคัญราชการพยายามอ้างเหตุจากน้ำป่าไหลลาก โทษฟ้าโทษฝนยังเดียว ทั้งๆที่เกิดจากการปล่อยน้ำเขื่อน ด้านนายมูฮำหมัด หะยีสาและ เผยกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า น้ำท่วมในครั้งนี้สูงเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่มาอยู่ทำสวนที่นี่ น้ำมีความเร็วน้ำไหลเชี่ยวมากแรงมากทำอะไรไม่ทันจริงๆ มีน้ำท่วมสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ท่วมถึงหยอดมะพร้าวน้ำห้อมหลังบ้าน ส่วนบ้านชั้นล่างถูกน้ำท่วม โชคดีบ้านมีสองชั้นจึงหลบไปอาศัยกันบนชั้นสอง หลังน้ำลดต้นทุกเรียนที่ปลูกในพื้นที่ 8 ไร่ จำนวน 150 ต้น เหลือรอดสองวันแรก 30 ต้น แต่ถึงวันนี้เริ่มทยอยตายเพิ่มขึ้นเหลือเพียง 20 ต้น ไม่รู้ว่าจะตายเพิ่มอีกกี่ต้นส่วนการเยียวยาที่รัฐจะช่วยเหลือนั้น ตนเองขึ้นทะเบียนเกษตรกร มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดเนื้อที่ 8 ไร่แต่ยังไม่ได้โอนชื่อเป็นของตัวเอง จึงไม่ได้ยื่นเอกสารเพื่อรับสิทธิการเยียวยาจากรัฐ เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าได้หรือไม่ได้รับการเยียวยา จึงไม่ลงทะเบียน เมื่อไม่ได้แล้วจะไปลงทะเบียนไปทำไม
 ภาพประกอบ [1]
 ภาพประกอบ [2]
 ภาพประกอบ [3]
 ภาพประกอบ [4]
 ภาพประกอบ [5]
 ภาพประกอบ [6]
 วันที่เผยแพร่ 27 ม.ค. 2564
 วันที่บันทึกข้อมูล 28 ม.ค. 2564