ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


ปมใหม่ ย้ายแม่ทัพ หน่วยรบพิเศษยีดสมรภูมิใต้
 ชื่อเรื่อง  ปมใหม่ ย้ายแม่ทัพ หน่วยรบพิเศษยีดสมรภูมิใต้
 ผู้เขียน  Focus Team
 แหล่งข่าวหลัก  โฟกัสภาคใต้
 คอลัมน์ข่าว  เด่นในฉบับ
 URL  http://www.focuspaktai.com/index.php?file=news&obj=news.view(id=7039)
 เนื้อหา

ทันทีที่มีข่าว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบท ได้ลงนามย้าย พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ แม่ทัพภาค4 ติดยศ พล.อ.ในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมแต่งตั้ง พล.ต.องค์กร ทองประสม ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มทหารในสังกัดกองทัพภาคที่4 โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมาก

เป้าหลักของการวิจารณ์พุ่งที่ตัวว่าที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ที่เป็นเตรียมทหารรุ่น 8 เป็นเพื่อนผบ.ทบ.และมาจากหน่วยรบพิเศษลพบุรีที่มีนายทหารจำนวนมากเข้ามามีบทบาท
มากใน 3 จังหวัด

ปมลึกของการย้ายครั้งนี้ สำหรับทหารชั้นผู้ใหญ่ในภาคใต้แล้ว มีการรู้ล่วงหน้ามาเกือบปีนับตั้งแต่มีการย้าย พล.ต.องค์กร ทองประสม ลงมารอล่วงหน้า

รายงานข่าวระบุว่า การวางตัว พล.ต.องค์กร ทองประสม ขึ้นเป็นแม่ทัพ4 เริ่มขึ้นตั้งแต่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เมื่อรู้ว่าจะได้ขึ้นผู้บัญชาการทหารบกแน่นอน ก็ย้าย พล.ต.องค์กร ทองประสม มาเป็นรองแม่ทัพภาพ4 ไว้ล่วงหน้า เพราะทั
้งคู่มีความสนิทสนมกันสมัยอยู่หน่วยรบพิเศษลพบุรี (หน่วยหมวกแดง)

กระทั่ง เมื่อได้ขึ้นผู้บัญชาการทหารบก งานใหญ่ที่หลายนายทหารหลายคนคาดการณ์ก็เกิดขึ้นคือ การย้ายแม่ทัพภาค4 นอกฤดูกาล ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์การบริหารงานที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

ก่อนหน้าการย้าย พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ ทางกองทัพบกมีคำสั่งวาระลับพอสมควรให้ถอนกองพลทหารราบที่ 5 (ต.ค.48 ) ซึ่งขึ้นกับกองทัพภาค4 ให้ถอยออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อตั้งกองพลใหม่ขึ้นมาแทนโดยใช้ชื่อเป็นกองพล พัฒนาที่ไม่ขึ้นกับกองทัพภาค4 แต่ให้ขึ้นตรงกับกองทัพบกแทน เพื่อตั้งงบประมาณใหม่นับหมื่นล้านในการก่อสร้างอาคารกองพลพัฒนา อาวุธ กำลังพลใหม่

สำหรับกองกำลังพลในกองพลพัฒนาส่วนใหญ่จะใช้กองกำลังหน่วยรบพิเศษจากลพบุรีแทบทั้งหมด เพื่อแฝงเข้าพื้นที่ในนามการพัฒนาที่แฝงความซ่อนเร้นในการปราบปรามควบคู่ไปด้วย อีกทั้งยังมีการวางตัวให้หน่วยรบพิเศษมาคุมเป็น ผบ.หน่วยต่างๆ ในพื้นที่เพื่อรองรับให้รองเจ้ากรมที่มาจากกองทัพบกเข้ามาบริหาร กองอำนวยการ เสริงสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) อย่างครบทีม เพื่อขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการทหารบก

นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงในการบังคับบัญชาในกองทัพบภาคที่4 โดยเฉพาะการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผ่านกอ.สสส.จชต. แหล่งข่าวจากนายทหารระดับสูงเผยว่า พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ เริ่มรู้ตัวว่า อาจจะต้องถูกย้าย เพราะมีการทยอยย้ายนายทหารที่เป็นแขนขาของกองทัพภาค4 ออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดเกือบทั้งหมด

"ท่านยังรู้ว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาแอบรายงานลับตรงต่อ ผบ.ทบ.เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆ่า 2 นาวิกโยธิน ที่ตันหยงลิมอร์ จังหวัดนราธิวาสว่า ปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายโดยไม่สั่งการใดๆ ปล่อยให้ทหารตาย"

แหล่งข่าวยังบอกว่า พล.ท.ขวัญชาติ ไม่เห็นด้วยกับหน่วยรบพิเศษในหลายเรื่อง เช่น หลังจากการตายของ 2 นาวิกโยธิน ก็มีปริศนาการฆ่า 9 ศพ ยกครอบครัวที่บ้านกะทอง จังหวัดนราธิวาส การฆ่าครูสอนศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และโต๊ะอีหม่าม ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ใครฆ่า เพราะคำสั่งให้หน่วยรบพิเศษปฎิบัติการแต่ละครั้งเป็นคำสั่งข้ามหัวมาโดยตลอด จนกองทัพภาค4 เหมือนเป็นเสือกระดาษ

เมื่อกองทัพภาค 4 เป็นแค่เสือกระดาษ ความฮึดอัดใจของ พล.ท.ขวัญชาติ ก็มีมากขึ้นเริ่มมองตัวเองเหมือนแม่ทัพกระดาษเช่นกัน เพราะคำสั่งส่วนใหญ่ที่ออกมาจากกองทัพบก มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เช่น กองกำลังหลักกองพลทหารราบที่ 5 ที่ขึ้นกับกองทัพภาค4 ยังถูกสั่งถอยเพื่อตั้งกองพลพัฒนาใหม่ขึ้นมาแทน

แหล่งข่าวยังบอกด้วยว่า นับตั้งแต่ พอ.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ขึ้นมาเป็นผบ.ทบ.ดูเหมือน
"ภาพที่ชัดเจนอีกอย่างคือแม่ทัพภาคที่4 จะถูกลดบทบาทไปมากไม่ว่า จะเป็นเรื่องของการคุมงบประมาณ หรือกำลังพล จะวางตัวให้ พล.ต.องค์กร ทองประสม รองแม่ทัพภาค 4
ตัดสินใจเกือบทั้งหมด จนทำให้ดูเหมือนว่า พล.ท.ขวัญชาติ ไม่มีผลงาน สอดรับกับเป้าหมายการวางตัวแม่ทัพคนใหม่"

แหล่งข่าวจากนายทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 เผยว่า การย้ายแม่ทัพภาค4 ครั้งนี้ มีทหารส่วนหนึ่งของกองทัพภาค4 แสดงความไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าแนวทางนโยบาย เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ของแม่ทัพภาค4 เดินมาดูทางแล้ว หากให้หน่วยรบพิเศษเข้ามาคุมเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้นับว่าเป็นสิ่งที่น่าวิตกพอสมควร เพราะหน่วยรบพิเศษถูกฝึกทางวิชาการทหารมาให้รบ หากการชี้เป้าผิดพลาดจะทำให้เหตุการณ์ 3 จังหวัดรุนแรงมากขึ้น
เพราะก็ได้แต่หวังว่า ผู้ใหญ่ในกองทัพบกต้องดูแลหน่วยรบพิเศษให้ดี

"กำลังหลักทั้งหมดในสามจังหวัดขณะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกองกำลังจากหน่วยรบพิเศษ ซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่เกือบทั้งหมด แนวทางยุทธวิธีทางทหาร ที่กำลังปฎิบัติการอยู่ในพื้นที่คือ จ้างล่ามแปลภาษามาลายู จ้างเยาวชนกลับใจเป็นตัวชี้เป้า ใช้แผนที่ทางทหารเป็นตัวกำหนดโซนหมู่บ้านในการปราบปราม" แหล่งข่าวกล่าว และว่า

กำลังพลได้ย้ายทหารจากภาคใต้ตอนบนเข้ามาแทนทหารภาคใต้ตอนล่างนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุด

อย่างไรก็ดี การย้ายแม่ทัพภาค4 ในครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยพิเศษเข้ามาดูแลปัญหาภาคใต้แทนกองทัพ4 แทบทุกหน่วยก็ต้องจับตาอย่ากระพริบ ว่าการปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นตรงกับกองทัพบก จะใช้สมานฉันท์หรือตาต่อตาฟันต่อฟัน

ซึ่งกรณีดังกล่าว สอดคล้องกับความเห็นของแหล่งข่าวจากนายทหารระดับพันเอกที่กล่าวว่า การที่พล.ท ขวัญชาติ ถูกย้ายในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่า ทำงานไม่ดี การแก้ปัญหาก็สำเร็จลุล่วงไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็คงยังไม่เข้าเป้าที่ผู้บังคับบัญชาตั้งไว้ อีกทั้งการโยกย้ายได้มีการเตรียมการไว้แล้วล่วงหน้า เพียงแต่ว่า ย้ายเร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็สั่งการผ่านคนที่จะมาแทนอยู่แล้ว ก็ปรับซะเลยตอนนี้จะได้มีอำนาจสั่งการอย่างเต็มที่ เพราะ
ถึงเวลาที่ต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้

"คนที่มาแทน ก็เป็นเพื่อนกับผู้บังคับบัญชา มีอะไรก็จะคุยกันตลอด เป็นทีมงานเดียวกัน จะให้การทำงานเป็นในเชิงรุกมากกว่าเดิม"แหล่งข่าวกล่าว

 ภาพประกอบ [1]
 วันที่เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2548
 วันที่บันทึกข้อมูล 17 ธ.ค. 2548