ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


ครู4ร.ร.ระทึกโจรใต้ปิดทางบึ้มรปภ.ครูปัตตานี
 ชื่อเรื่อง  ครู4ร.ร.ระทึกโจรใต้ปิดทางบึ้มรปภ.ครูปัตตานี
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  คมชัดลึก
 คอลัมน์ข่าว  ข่าวประจำวัน
 URL  http://www.komchadluek.net/2007/08/03/a001_129601.php?news_id=129601
 เนื้อหา

โจรใต้ป่วนไม่เลิก บึ้มชุดคุ้มครองครูที่ปัตตานี รอง สวป.สภ.อ.ยะหริ่งสังเวยชีวิต ตร.อีก 5 นายสาหัส ประกบยิงรถส่งนักเรียน จ่าทหารเรือดับคารถ ส่วน ผช.ผญบ.คนขับรอดตายหวุดหวิด หลังกัดฟันยิงสู้ขณะคนร้ายเตรียมราดน้ำมันเผาจนคนร้ายถอย โจรใต้ป่วนปิดทางเข้าออก 4 ร.ร.ที่ปัตตานี ลุยค้น อ.เทพา รวบ 7 ผู้ต้องสงสัยป่วนใต้

คนร้ายยังคงก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดบริเวณข้างสะพาน ริมถนนโรงเหล้าสาย ก. ต.สะบารัง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบทหาร ฉก.23 ชุดคุ้มครองพระ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย คือ ส.อ.วิทยา พลเสนา และพลทหารวิทยา พันธุชา ที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดขนาดกว้าง 10 นิ้ว ลึก 5 นิ้ว มีสะเก็ดระเบิดกระจายเกลื่อนพื้น สอบสวนทราบว่า ขณะที่ทหาร ฉก.23 กำลังเดินคุ้มครองพระประจำวัดหลักเมืองปัตตานี ออกบิณฑบาตตอนเช้า คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ลอบนำมาวางไว้ที่ข้างสะพาน ทำให้ทหารบาดเจ็บดังกล่าว นอกจากนี้คนร้ายยังนำประทัดยักษ์มาวางข้างกำแพงทางเข้าวัดทุ่งคลา ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี จนเกิดระเบิดขึ้น แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย 

 ต่อมา เวลา 08.00 น.พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุระเบิดบนถนนสายตะโละกาโปร์-แหลมโพธิ์ หมู่ 1 ต.ตะโละกาโปร์ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ทราบ พร้อมนำกำลังและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดไปที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดกว้าง 4 เมตร ลึก 1 เมตร ห่างกันประมาณ 10 เมตร พบรถกระบะตราโล่ ทะเบียน 4004 ถูกแรงระเบิดพังยับเยิน  ภายในรถข้างที่นั่งคนขับพบผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อคือ ร.ต.ต.ปกรณ์ อินทรกุล อายุ 51 ปี รอง สวป.สภ.อ.ยะหริ่ง 

 นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะหริ่ง คือ ด.ต.ประยงค์ ศรีแมน ส.ต.อ.ต่วนอันวา รอจิ ส.ต.ต.ปัญญาวงศ์ นวลใย ส.ต.ต.สุภัสสรณ์ วงศ์จันดา และ ส.ต.ต.ฉลอง สโมทานทวี ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิดกระจายทั่วบริเวณ และมีสายไฟลากยาวประมาณ 100 เมตร สอบสวนทราบว่า ขณะตำรวจทั้ง 6 นายกำลังลาดตระเวนเส้นทางรักษาความปลอดภัยครู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายที่ซุ่มอยู่ในป่าข้างทางได้กดชนวนระเบิดน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ทันที แรงระเบิดทำให้รถยนต์กระเด็นไปไกล 10 เมตร ส่วนตำรวจที่อยู่ในรถกระเด็นออกจากรถไปคนละทิศละทาง

จ่า นย.ถูกยิงดับ1 คนขับยิงสู้รอดหวุดหวิด

 เมื่อเวลา 08.30 น.วันเดียวกัน ร.ต.ต.ซาการียา มรรคาเขต ร้อยเวร สภ.อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุรถรับส่งนักเรียนถูกยิง และมีผู้เสียชีวิต บนสะพานถนนสายสายบุรี-วัดเชิงเขา บ้านละหาร หมู่ 5 ต.ละหาร อ.สายบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย น.อ.มารุต สัสดีพันธุ์ ผบ.ฉก.นย.ทร.ที่ 32 อ.บาเจาะ พ.ต.อ.คำรณ ยอดวัฒน์ ผกก.สภ.อ.สายบุรี และกำลังทหาร ตำรวจกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าบนสะพานมีรถกระบะสีเขียว ทะเบียน บจ 9964 ปัตตานี จอดอยู่ ภายในเบาะรถด้านหน้าข้างคนขับพบศพ จ.อ.วิทยา ศรีพิมพ์ อายุ 25 ปี ทหารนาวิกโยธิน สังกัดกองแพทย์ ร้อย.ร.3011 ฉก.นย.ทร.32 ถูกกระสุนปืนอาก้าเข้าที่ลำคอ 1 นัด แก้มขวา 1 นัด เสียชีวิตคาที่ 

 ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบาเจาะ แต่เนื่องจากอาการสาหัส จึงส่งต่อไปโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อต่อมาคือ นายจักรกฤษ วังแก้ว อายุ 35ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านเชิงเขา ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ถูกกระสุนปืนเข้าตามลำตัว นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้า 2 ปลอก ปลอกกระสุนปืนลูกซองยาว 1 ปลอก ปลอกกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอก 

 สอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายจักรกฤษขับรถยนต์คันดังกล่าวไปส่งเด็กนักเรียนในพื้นที่ อ.สายบุรี โดยมี จ.อ.วิทยา ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั้งไปและกลับเป็นประจำทุกวัน หลังจากส่งเด็กนักเรียนเสร็จจึงเดินทางกลับ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้ายขับรถกระบะตามประกบ พร้อมกับเบียดรถผู้ตายทันที จังหวะนั้นคนร้ายซึ่งแอบอยู่ประมาณ 4 คน ที่ท้ายกระบะรถได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่รถทันที  คนร้ายคิดว่าเหยื่อเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว จึงนำน้ำมันเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้เพื่อหวังจะเผาซ้ำ แต่นายจักรกฤษซึ่งได้รับบาดเจ็บได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ จนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 1 คน ก่อนคนร้ายจะล่าถอยไป

โจรใต้ป่วนปิดทางเข้า-ออก4ร.ร. 

 นายสมนึก มีแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 1 กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครูและนักเรียนเตรียมตัวกลับบ้าน ปรากฏว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ตัดต้นไม้ และนำขอนไม้ขนาดใหญ่จำนวนมากมาปิดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้าน บนถนนสายบ้านสายหมอ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งในเส้นทางดังกล่าวมีโรงเรียนตั้งอยู่ 4 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านท่ากำชำ  โรงเรียนบ้านบางลาภา โรงเรียนบ้านบางทัน และโรงเรียนบ้านดอนนา ส่งผลให้ครูและนักเรียนจำนวนไม่มากไม่สามารถออกมานอกพื้นที่ได้ เนื่องจากมีเส้นทางเข้าออกทางเดียว อย่างไรก็ดี กองกำลังที่คอยรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนได้แจ้งประสานขอกำลังสนับสนุนจากภายนอกให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ เพื่อเปิดทางในการนำครูและนักเรียนออกมาภายนอก

 พ.อ.วันชัย พ่วงขุมทรัพย์ ผบ.ฉก.2 ปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายโรยตะปูเรือใบและตัดต้นไม้ขวางถนนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปขนย้ายครูออกจากพื้นที่ ที่สำคัญคนร้ายยังนำกล่องวัตถุสงสัยวางไว้ตามจุดต่างๆ หลายแห่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นเพียงกล่องเปล่า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานหลายชั่วโมง กระทั่งเวลา 17.30 น.เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือครูและนักเรียนให้ออกมาจากพื้นที่ได้แล้ว 3 โรงเรียน ส่วนโรงเรียนที่เหลือได้กำชับเจ้าหน้าที่ชุด รปภ.ครู ซึ่งอยู่ประจำโรงเรียนให้คอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด จนกว่ากำลังเจ้าหน้าที่จะเข้าไปสมทบเพื่อรับส่งครูออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดการปะทะและลอบโจมตีระหว่างการเดินทาง

 ส่วนที่ จ.ยะลา เกิดเหตุระเบิดบริเวณสามแยกปากทางเข้าบ้านลิมุด หมู่ 3 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา บนถนนสายยะลา-หาดใหญ่ ใกล้กับสะพานท่าสาป แรงระเบิดทำให้ อส.สมพร จิตรกูล อายุ 37 ปี และ อส.ณรงค์ สกูลเพชร อายุ 27 ปี บาดเจ็บสาหัส สอบสวนทราบว่า ขณะที่อาสาสมัครทั้งสองนายขี่รถจักรยานยนต์รักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านลิมุด อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่นำมาซุกซ่อนไว้ข้างเสาไฟฟ้า ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว 

เผย5ศพมีหัวหน้าอาร์เคเคร่วมด้วย

 ส่วนกรณีคนร้ายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่บ้านกาโสด หมู่ 5 กลุ่มบ้านเตียะ ต.บันนังสตา เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 5 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ล่าสุด พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.อ.บันนังสตา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.12 เจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการเขต 45 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน  และยึดเอกสาร แผ่นซีดีปลุกระดม รถจักรยานยนต์ซูซูกิ คริสตัล สีเขียว ทะเบียน ต 2158 ปัตตานี ไว้ตรวจสอบ นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำชุดสุนัขสงครามออกติดตามคนร้ายที่คาดว่าหลบหนีไปได้ 1 คน เนื่องจากพบรอยเลือดเป็นทางเข้าไปในป่ายางพารา

 ส่วนคนร้ายที่เสียชีวิต 5 คน ตรวจสอบแล้วทราบชื่อคือ 1.นายสุรีมิง เปาะลา อายุ 40 ปี 2.นายสมาน ซอลา อายุ 22 ปี 3.นายอิสมาน บราเฮง อายุ 41 ปี 4.นายบาดอรี หนิเซ็ง อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มอาร์เคเค ที่มีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ 5.ชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 23-25 ปี ซึ่งศพของคนร้ายทั้ง 5 คน ญาติได้นำไปทำพิธีทางศาสนาอิสลามแล้ว

 พ.ต.อ.สมเพียร กล่าวว่า ได้ติดตามกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มาเป็นเวลา 1 เดือนกว่าแล้ว หลังมีรายงานว่าจะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จึงประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจที่ 12 รวมทั้งทหารพราน ให้ปล่อยพื้นที่จุดนี้ว่างเอาไว้ แล้วนำกำลังไปสลายกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่รอบนอก จนกระทั่งมีรายงานจากแหล่งข่าวที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่แจ้งมาว่า กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เดินทางเข้ามายังพื้นที่เพื่อเตรียมก่อเหตุ จึงนำกำลังเข้าโอบล้อมพื้นที่ และขณะเข้าตรวจสอบคนร้ายก็เปิดฉากยิงทันที

 "คนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุระเบิดและยิงทหารเสียชีวิต 7 นาย ที่บ้านบือซู หมู่ 6 ต.บันนังสตา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา เนื่องจากพบปืนเอ็ม 16 ของเจ้าหน้าที่ทหารชุดดังกล่าวอยู่ที่ตัวคนร้ายกลุ่มนี้ ทั้งนี้ จะทำให้ อ.บันนังสตา เกิดความสันติสุขให้ได้ภายใน 3 เดือน" ผกก.สภ.อ.บันนังสตา กล่าว

ลุยค้นอ.เทพา รวบ7ผู้ต้องสงสัย

 เมื่อเวลา 04.00 น.วันเดียวกัน ทหารชุด ฉก.4 ต.ห้วยปลิง สนธิกำลังกับตำรวจ  ศปก.ตร.สน. ชุด ฉก.ตชด.ที่ 42 และทหารพรานที่ 4208 รวม 150 นาย แบ่งกำลังเป็น 7 ชุด เข้าปิดล้อมพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 3 บ้านเกาะแลหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ 7 คน ไปสอบสวนขยายผล ได้แก่ 1.นายมะนาวี มะ อายุ 33 ปี 2.นายมะอูเซ็ง มะ อายุ 28 ปี 3.นายณัฐวุฒิ บาเห็ม อายุ 29 ปี 4.นายกอฟฟารี สะแลแม อายุ 32 ปี 5.นายเจะรอมิง บาเห็ม อายุ 43 ปี 6.นายนพรัตน์ หมานสนิท อายุ 36 ปี และ 7.นายดาโหะ ละแมง อายุ 35 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาใน ต.ปากบาง อ.เทพา

 ความคืบหน้าเหตุระเบิดกลางตลาดเทศบาลตำบลนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ทำให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บสาหัส 1 นาย และชาวบ้านบาดเจ็บอีก 9 คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ลามไปเกิดเหตุในพื้นที่ดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏผบช.ภ.9 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เชิญผู้ต้องสงสัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่เดินทางมาจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาสอบปากคำแล้วหลายราย ส่วนใหญ่ให้การว่าเดินทางมาเยี่ยมญาติเท่านั้น ประกอบกับไม่มีหลักฐาน จึงต้องปล่อยตัวไป พร้อมทั้งเร่งให้ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ซุกซ่อนระเบิด เพื่อหาเจ้าของรถที่แท้จริง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นรถที่ถูกขโมยมาเพื่อใช้ในการก่อเหตุ

 นายศุภสัณห์ หนูสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาทวี กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ในพื้นที่ 3 จุด ปรากฏว่าจุดที่คนร้ายวางระเบิดอยู่ห่างจากจุดที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถจับภาพขณะเกิดเหตุและเบาะแสของคนร้ายได้

 ภาพประกอบ [1]
 วันที่เผยแพร่ 3 ส.ค. 2550
 วันที่บันทึกข้อมูล 3 ส.ค. 2550