ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


ชีวิตตำรวจชายแดนใต้
 ชื่อเรื่อง  ชีวิตตำรวจชายแดนใต้
 ผู้เขียน  วัสยศ งามขำ
 แหล่งข่าวหลัก  ศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
 คอลัมน์ข่าว  สกู๊ปและสารคดี
 URL  http://www.tjanews.org/cms/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=2498&Itemid=58&lang=
 เนื้อหา

แม้ว่าความคมชัดของภาพ และความกระหึ่มของซาวด์เสียงจะไม่เทียบเคียงได้กับโรงภาพยนตร์ระบบดิจิตอลในเมืองหลวงได้ แต่ห้องวอร์รูมที่ถูกดัดแปลงเป็น “โฮมเธียเตอร์” ชั่วคราวของโรงพักอำเภอยี่งอ ก็ทำให้ตำรวจชุดจู่โจมที่ต้องคอยตระเวนตรวจตราพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดยามวางปืน และถอดเสื้อเกราะ ด้วยการชมภาพยนตร์ทั้งหนังไทยยันฮอลลี่วู๊ดที่จัดฉายให้ชมยามพักเวรอย่างน้อยวันละ 2 เรื่อง

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ในช่วงหัวค่ำของทุกวัน จะมีเสียงภาพยนตร์ซาวด์แทร็กจากฮอลลี่วู๊ดดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน ท่ามกลางความมืดและเงียบเหงาของพื้นที่สีแดง นอกห้องวอร์รูมที่ตั้งอยู่ชั้น 1 ของ สภ.อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เพราะในแต่ละคืนจะมีตำรวจชุดจู่โจมที่หยุดพักจากเวรสายตรวจกว่า 10 นาย อัดกันอยู่ในห้องดังกล่าว เพื่อดูหนังจากเครื่องที่ฉายผ่านโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ และซึมซับเสียงจากลำโพง 2 ตัวที่อัดแน่นด้วยภาคขยายจากแอมพลิฟรายเออร์

  “ผมต้องออกตรวจพื้นที่ทุกคืนหลังจากมาอยู่ที่นี่ ทำให้ผมรับรู้ถึงความเครียดของลูกน้องที่ต้องตั้งด่าน เพื่อสกัดคนร้าย พวกเราไม่รู้ว่าจะถูกโจมตีเมื่อไหร่ ผมเลยคิดที่จะทำห้องฉายหนังขึ้นมา เพื่อให้ตำรวจและครอบครัวได้ดูหนังร่วมกัน อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้ผ่อนคลายความตึงเครียดที่ได้รับอยู่ทุกชั่วโมง” พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้กำกับการตำรวจ สภ.อ.ยี่งอ เล่าให้ฟัง หลังจากที่เขาเป็นผู้ริเริ่มโรงหนังขนาดย่อมนี้ขึ้นในโรงพัก

  สมพงษ์ บอกว่า ใน จ.นราธิวาส ไม่มีโรงภาพยนตร์แม้แต่แห่งเดียว อาจจะมาจากเหตุผลด้านความปลอดภัยจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จึงเห็นว่าห้องวอร์รูมของโรงพัก นอกจากจะใช้เป็นห้องวางแผนด้านยุทธการ ห้องประชุม ห้องพักผ่อน ห้องสอนหนังสือ และห้องเอนกประสงค์ต่างๆแล้ว มันยังน่าจะเพิ่มประโยชน์ด้วยการเป็นห้องชมภาพยนตร์ หรือโฮมเธียเตอร์ ได้อีกด้วย

“เพียงแค่ผมนำเครื่องเล่นวีซีดี ชุดเครื่องเสียง และลำโพง 2 ตัว รวมทั้งแอร์ ที่ติดตัวมาจากกรุงเทพฯ ติดตั้งเข้าไป ส่วนจอและเครื่องฉายโปรเจคเตอร์นั้นมีอยู่แล้ว จึงดัดแปลงเป็นโฮมเธียเตอร์จำเป็นได้เสร็จเพียงวันเดียว” เจ้าของไอเดียโรงหนังกลางดงปืน เล่าให้ฟังถึงการดัดแปลง และเพิ่มประโยชน์ของสิ่งที่มีอยู่เพื่อให้ตำรวจได้ผ่อนคลายความเครียดจากการเสี่ยงกระสุน โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก

สมพงษ์ บอกว่า ตำรวจทุกคน และครอบครัว สามารถที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ได้ นอกจากนี้ตนยังได้ติดต่อหน่วยทหาร และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพักผ่อนได้เช่นกัน เพื่อสร้างความเป็นกันเองของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามผู้ที่เข้ามาชมได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ไม่ติดภารกิจในการเข้าเวรสายตรวจ หรือสืบสวนคดี ผู้ที่มาดูในแต่ละวันส่วนใหญ่แล้วจึงเป็นพวกที่เข้าเวรกองหนุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นก็สามารถเรียกกำลังเพิ่มได้ทันที โดยไม่เสียเวลาตาม เพราะตำรวจก็มารวมตัวกันอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นการเตรียมพร้อมตลอดเวลาไปในตัว

“ในแต่ละวันผมจะให้เงินผู้รับผิดชอบฉายหนังวันละ 50 บาทเป็นค่าเช่าวีซีดี ซึ่งจะเช่าได้ 3 เรื่อง เมื่อคิดดูแล้วคุ้มค่ามากที่เงินแค่นี้สามารถสร้างความสุขให้ลูกน้อง และครอบครัวได้ เพราะน้อยครั้งนักที่พวกเขาจะได้นั่งดูหนัง และพูดคุย ร่วมกันในบรรยากาศเหมือนในโรงภาพยนตร์” สมพงษ์ กล่าวพร้อมกับบอกว่าปกติจะฉายหนังวันละ 2 รอบ ราว 19.00 น. เป็นรอบแรก หากมีตำรวจที่ต้องการดูต่อเรียกร้องก็อาจจะฉายต่อเรื่องที่สอง แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวันด้วย

ร.ต.ต.กิตติธร นาคเกรียง ผู้หมวดหนุ่มจากชลบุรีวัย 34 ปี บอกถึงความรู้สึกที่ได้ดูหนังท่ามกลางสถานการณ์ที่เสี่ยงภัยว่า หลังจากลงมาปฏิบัติงานที่ สภ.อ.ยี่งอ ได้ 1 ปี 8 เดือน ไม่เคยคิดว่าจะได้นั่งพักผ่อนดูหนังอย่างนี้ ถือว่าเป็นโครงการที่ดีที่ทำให้ตำรวจที่ต้องกดดันทุกวันได้รับการพักผ่อนในรูปแบบที่แปลกออกไป ยิ่งในจังหวัดนราธิวาสน่าจะเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีโรงหนัง ทำให้ตำรวจและครอบครัวของเขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลกใหม่ในพื้นที่ เพราะไม่เคยมีใครคิดทำมาก่อน

“ถ้าวันไหนฉายหนังใหม่หน่อยคนก็จะเยอะ อย่างเรื่องไดร์ฮาร์ท 4 ฉายกันตั้งหลายรอบกว่าจะดูกันทั้งโรงพัก ผมว่ามันได้บรรยากาศกว่าดูที่บ้านพัก มันเหมือนโรงหนังให้ความรู้สึกว่าอยู่กับเพื่อนฝูง และยังได้พูดคุยกัน ยิ่งหากเป็นหนังตลกขำกันหลายๆคนมันกว่าดูคนเดียวเยอะ” หมวดกิตติธร บอกถึงความรู้สึกต่อโรงหนังแห่งนี้

ส.ต.ท.ทรงชัย พ่วงรอด หนุ่มนครศรีธรรมราชวัย 28 ปี ที่อยู่ในพื้นที่มานานกว่า 3 ปีแล้ว บอกว่า ถ้าคืนไหนออกเวรตอนเที่ยงคืน หลังจากตรวจพื้นที่เสร็จราว 22.30 น. ก็จะแวะเข้ามาดูหนังรอบสอง เพราะเวลาทำงานมาเหนื่อยๆก็มานั่งเหมือนได้พักผ่อน ยิ่งตอนนี้ติดแอร์เข้าไปแล้วมันก็เลยสดชื่นขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่มีหนังฉายก็ได้แต่เพียงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูทีวีธรรมดา ซึ่งมันไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์

“ปกติผมชอบดูหนังไทย แต่ที่นี่จะฉายสลับกันไปมากับหนังฝรั่ง ผมว่ามันก็ดีนะอย่างน้อยมันทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วกว่าปกติ แต่หากนั่งเฉยๆ มันเหมือนทำงานตลอด เหมือนนั่งรอเวลาให้มันหมดๆไป ซึ่งมันก็ยิ่งดูนานเข้าไปอีก” ทรงชัย กล่าวด้วยสำเนียงทองแดง

ส.ต.ต.ไพบูลย์ พรหมจันทร์ วัย 28 ปีที่ต้องจากบ้านเกิดที่ปัตตานีมาอยู่ที่ อ.ยี่งอ เป็นปีที่ 3 แล้ว ยอมรับว่าเครียดทุกครั้งที่ออกตรวจพื้นที่ เพราะไม่รู้ว่าจะเจอแจ๊คพอตเมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร การที่มีการจัดหนังฉายอย่างนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเป็นการผ่อนคลายความเครียดไปในตัว ในแต่ละวันตนจะต้องเดินมาดูที่หน้าห้องฉาย ซึ่งจะติดประกาศไว้ว่าฉายเรื่องอะไร หากตนชอบก็จะมาดูทุกครั้ง เพราะดีกว่านอนอยู่ที่บ้านพัก มาอยู่ในห้องฉายก็ได้พูดคุยกับเพื่อนๆไปในตัวด้วย

พ.ต.อ.สมพงษ์ ยังบอกด้วยว่า ตำรวจส่วนใหญ่ที่ถูกส่งมาอยู่ในพื้นที่ยังถือเป็นวัยรุ่นตอนปลายเป็นวัยฉกรรจ์ จึงกำลังดำเนินการติดตั้งอินเทอร์เน็ตไร้สายกับคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง เพื่อให้ตำรวจได้ใช้พักผ่อนด้วยการสนทนาผ่านระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ หรือ เล่น “เอ็มเอสเอ็น” กับสาวๆ หรือญาติพี่น้องที่เขาต้องจากมา หรือบางคนอาจจะใช้หาความรู้ใหม่ๆมาปรับปรุงใช้กับงานที่ทำอยู่ หรืออาจจะเรียนผ่านอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งโครงการอินเทอร์เน็ตจะเสร็จสิ้นในเร็วๆนี้.

 วันที่เผยแพร่ 25 ส.ค. 2550
 วันที่บันทึกข้อมูล 26 ส.ค. 2550