ระบบฐานข้อมูลข่าวบนเว็บ:ข่าวชายภาคแดนใต้

รายละเอียดของข่าว


เปลือยชีวิต ฯพณฯ ถาวร เสนเนียมพ่อพวงแก้ว-แม่เริ่ม สอนลูกต้องกล้า
 ชื่อเรื่อง  เปลือยชีวิต ฯพณฯ ถาวร เสนเนียมพ่อพวงแก้ว-แม่เริ่ม สอนลูกต้องกล้า
 ผู้เขียน   -
 แหล่งข่าวหลัก  โฟกัสภาคใต้
 คอลัมน์ข่าว  คอลัมน์ รายงานพิเศษ
 URL  http://www.focuspaktai.com/paper/11496
 เนื้อหา

หลังจากที่ "ส.ส.ถาวร เสนเนียม" หรือ ที่หลายคนยังเรียก "อัยการถาวร" ติดปาก ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล นายอำเภอระโนด "ทีมข่าวสงขลาทูเดย์" ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 83 ม.5 ต.แดนสงวน อ.ระโนด จ.สงชลา  บ้านเกิดของ ฯพณฯ ถาวร เสนเนียม มท.3 เพื่อขอสัมภาษณ์ "คุณพ่อพวงแก้ว กับคุณแม่เริ่ม เสนเนียม" คุณพ่อและคุณแม่ของท่านถาวร ที่อาศัยอยู่บ้านในหลังใหม่ที่ได้รับการก่อสร้างแทนหลังเก่าด้วยเงินจากลูกๆ รวมถึงท่าน รัฐมนตรีถาวร  ที่คุณพ่อพวงแก้วบอกว่า "ออกเงินให้ 2 ล้านบาท"

    "พ่อไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน โดยเฉพาะการอบรมสั่งสอนลูก เพราะ กลัวลูกจะเกเร และในความคิดพ่อเป็นชาวนา ทำยังก็ได้ที่ไม่ให้ลูกทำนาเหมือนพ่อ เพราะเดี๋ยวจะพากันจน" Ž     พ่อพวงแก้ว ย้อนอดีตการเลี้ยงลูกในฐานะชาวนาคนหนึ่งในพื้นที่ชนบทห่างไกล โดยวิธีการบอกให้ลูกเชื่อว่าการเรียนหนังสือสูงๆ จะดีกว่าการเป็นชาวนา  แต่การบอกเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ

    มีอยู่วันหนึ่งขณะนั้น ถาวร เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4  คุณพ่อพวงแกล้ว ได้พา ถาวร และวินัย เดินทางออกจากบ้านประมาณ 2-3 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามคันนา

    เพื่อไปขึ้นเรือหางยาวมุ่งหน้าไปอำเภอเมืองสงขลาในเวลารุ่งสางของอีกวัน โดยทั้ง 3 คน หลับนอนไปในเรือหางยาว

    พ่อพวงแก้ว เล่าว่า หลังจากเดินทางถึงสงขลาในรุ่งเช้าของอีกวัน ก็จัดการให้ลูกชายทั้ง 2 กินข้าวเช้าเสร็จสรรพ ก็พาไปเที่ยวที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา

    "พ่อไม่เคยถูกเรื่อง หรือเป็นความ ขึ้นโรง ขึ้นศาลมาก่อน แต่พอจะรู้ว่า ศาลา กลางหลังไหน ก็พาเดินทางตั้งแต่ชั้น 1 และชั้น 2 พร้อมชี้ไปที่ห้องทำงานที่มีอยู่
โดยไม่รู้ว่าเป็นห้องทำงานของใครบ้าง แต่เพื่อจะปลูกฝังให้ลูกให้ลูกเรียนสูงๆ ก็ จะได้เป็นเจ้าคนนายคน"

    หลังจากนั้น ก็พาไปที่เที่ยวศาลแขวง ซึ่งขณะนั้น มีการพิจารณาของศาลแขวงพอดี ก็เลยพาถาวร และวินัย เข้าไปฟังการพิจารณาคดีของศาล  ซึ่งสมัยนั้นไม่มีการเข้มงวดเรื่องการเข้าไปฟังการพิจารณาของศาล

    แต่ก็ได้สั่งให้ลูกทั้ง 2 ทำตามที่คนอื่น เช่น ลุกขึ้นคำนับ โดยบอกว่า "เขาทำแบบไหน เราก็ทำตามเขา ในเมื่อพ่อใจกล้า ลูกก็ต้องใจกล้าด้วย"

    พ่อพวงแก้ว บอกว่า อยากให้ลูกมาเห็นกระบวนการพิจารณาคดีของศาล เพื่อให้ลูกทั้ง 2 คน เข้าใจและตั้งใจเรียนหนังสือก่อนจะปิดท้ายด้วยการพาเที่ยวเมืองสงขลา

    หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทั้งถาวรและวินัย มีความกระตือรือร้นในการเรียนหนังสือมาก  สำหรับการเรียนของถาวรสมัยเด็กๆ เป็นคนเรียนเก่ง เป็นเด็กฉลาด แต่ค่อนข้างซุกซน

    ตอนอยู่ป.4 มีอยู่ครั้งหนึ่ง ถาวร ไปโรงเรียน แต่ถาวร เอาหนังสือไปซ่อน โดยที่แอบไปหาปลาในนา  ไม่ยอมไปเรียนหนังสือ จนกระทั่งครูมาบอกว่า ถาวร ไม่ไปโรงเรียนมา 3 วันแล้ว และครูก็ไม่ทราบไปไหน หลังจากทราบเรื่อง คุณแม่เริ่ม จึงเตรียมไม้เรียว โดยปล่อยถาวร กินข้าวให้เสร็จก่อน  จึงถามว่าถาวรว่า ลูกไปไหนทำไมถึงไม่เข้าเรียน ทั้งๆ ที่ไปโรงเรียนทุกวัน เอาหนังไปซ่อนไว้ที่ไหน

    ถาวรบอกว่า ผมไม่อยากจะเรียนแล้ว แม่ถามว่าจะเรียนมั๊ย ถาวร ก็ตอบว่าไม่เรียน คุณแม่เริ่ม จึงตีด้วยไม้เรียว จนพี่สาวร้องไห้ และขอร้องว่าให้พอ ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา ถาวรไม่เคยซุกซน หรือออกนอกลู่นอกทางอีกเลย

    จากนั้นถาวรเรียนดีมาตลอด จากบทเรียนครั้งนั้นสามารถสร้าง ความมุ่งมั่น และมีแรงสู้ ที่จะฝ่าฟัน

    "อาจจะเป็นความโชคดีของพ่อและความดีที่พ่อเคยทำไว้ สมัยค้าข้าวก็ไม่เคยฉ้อโกง ไม่โกงตาชั่ง มีความขยันมั่นเพียร เอาหลักธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิต"

    คุณพ่อพวงแก้ว ยังได้พูดถึงการได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงมหาดไทยของท่านถาวรว่า

    "ไม่ได้ตื่นเต้น หรือว่าภูมิใจในความเป็นรัฐมนตรีของถาวร เลย แต่ภูมิใจที่ถาวร เป็นถาวร คนดีก็พอแล้ว  ไม่ว่าถาวร ได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ได้เป็นรัฐมนตรี พ่อก็ยังภูมิใจที่ได้สอนลูกที่ให้มีวันนี้ ดีๆ กันทุกคน"

    ถาวร เรียนชั้นประถมศึกษาที่ "โรงเรียนบ้านทุ่งสงวน" ซึ่งสมัยนั้นยังนั่งเรียนบนพื้น ศาลาวัด หลังคาอาคารเรียนมุงจาก จบโรงเรียนบ้านทุ่งสงวนก็ไปต่อที่โรงเรียนระโนดวิทยามูลนิธิ ซึ่งไปพักกับญาติพี่น้อง

    ภายหลังพ่อได้ไปซื้อห้องไว้ห้องหนึ่งที่ระโนด ให้ลูกๆ ไปพักอยู่ด้วยกันที่ระโนดในระหว่างเรียนอยู่ที่ระโนด จบจาก "โรงเรียนระโนดวิทยามูลนิธิ" ก็เรียนต่อไปที่ "โรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา" สอบเอนต์ติด "คณะนิติศาสตร์ มหวิทยาลัยธรรมศาสตร์"

    โดยในระหว่างเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯอาศัยอยู่ที่วัดอรุณอัมรินทร์ ซึ่งก่อนหน้าน้องของพ่อเป็นพระที่วัดอรุณอัมรินทร์มาก่อน เรียนจบก็เรียนต่อเนติบัณฑิต แล้วสอบตั๋วทนายเข้าเป็นทนายความ และก็สอบอัยการ ได้เป็นอัยการจังหวัดกระบี่,อัยการจังหวัดสงขลา

    "ก่อนถาวรจะตัดสินใจเล่นการเมือง  วันนั้นพ่อยังจำได้มีรถหลายคันมาจอด อยู่หน้าบ้าน ถาวรพาช่อดอกไม้มอบให้  พ่อกำลังอยู่ในสวน พ่อกับแม่นั่ง ถาวรเข้า มาโอบกอด ขออนุญาตลงเล่นการเมือง ให้เหตุผลว่า ผมอิ่มตัวแล้วกับการเป็น อัยการอีกทั้งผมไม่ชอบทำงานอยู่ที่เดียว อยากหาความท้าทายใหม่"

    พ่อพวงแก้ว เล่าว่า โดยส่วนตัวแล้วถาวรเป็นคนหนักแน่น จิตใจจริง เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ มีความสามารถ และคิดอะไรแล้วจะต้องทำให้ได้ สมัยเป็นเด็กไปหาปลาในนาไกลเป็น 2 กิโลเมตร วันนั้นปลาหาปลาได้มาก มากจนต้องวิ่งกลับมาไว้ที่บ้านแล้วก็กลับไปหาปลาใหม่อีกครั้ง

    ครั้งหนึ่งแย่งกันจับปลาตัวใหญ่กับเพ่ือนทั้งที่ไม่ใช่รู้อันที่จริงเป็นงูเห่าตัวใหญ่แต่โชคดีที่จับตรงหัวของงูพอดี แข็งใจจับต่อแล้วก็ขว้างทิ้ง

อุดมการณ์จากวัยเด็ก

    ส.ส.วินัย เสนเนียม  น้องชายถาวร เล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กของพี่ชายเป็นเด็กผู้ชายเป็นขยัน มุ่งมั่น ต่อสู้กับปัญหาทุกปัญหา รักการเรียน ผลการเรียนดีและเป็นหัวหน้าห้อง ฉายแววความเป็นผู้นำตั้งแต่เด็ก งานอดิเรกของเด็กชายถาวรจะชอบออกกำลังกาย และชอบงัวชนเป็นอันมาก

    "ผมใกล้ชิดและสนิทสนมกับพี่ถาวรมาก หลังจากที่พี่ถาวรเรียนจบปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอบไต่เต้าจนได้เป็นทนายความ ก็ได้พาผมไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ"

ส.ส.วินัย กล่าวและว่า

    สมัยถาวรเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานชมรมโดมทักษิณ เป็นผู้นำนักศึกษาเคลื่อนไหว ในอุดมการณ์ประชาธิปไตยอันแรงกล้า เหตุที่พลิกผันที่พี่ถาวรเข้ามาเล่นการเมือง ประมาณปี 2538 เข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยแค่เพียงรักในอุดมการณ์และมีความศรัทธา อาจารย์เสนีย์ ปราโมทย์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในยุคนั้น

    ส.ส.วิรัตน์เผยเหตุเป็นรัฐมนตรี

    นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.จังหวัดสงขลา เขต 2 ที่ทำงานใกล้ชิดรัฐมนตรีถาวรมากคนหนึ่ง กล่าวว่า เหตุผลภายใต้ข้อจำกัดของตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีกระบวนการคัดเลือกว่า     1. ใครช่วยงานพรรคแค่ไหน
    2. ระดับความอาวุโส
    3. จากบทบาทที่เคยดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเงา     4. อยุ่ที่ความทุ่มเท  เนื้องานที่ออกมาประจักษ์ ความรู้ความสามารถ

    ส.ส.วิรัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่มีบทบาทอย่างมากในการจัดตั้งรัฐบาล ท่านถาวร เสนเนียม ก็ช่วยประสานงาน เป็นการประสานสันพันธกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาทางออกของปัญหาด้วยวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย  ซึ่งลำพังพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงติดต่อไปยังพรรคต่างๆ ที่อยากสร้างรัฐบาลที่ต่างไปจากรัฐบาลเดิมทำเพื่อประเทศชาติ หลังจากถูกคดียุบพรรค ซึ่งส.ส.ต้องสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วัน สามารถเป็นสมาชิกพรรคไหน ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550

    จากความรู้ความสามารถ ตั้งใจจริง กล้าต่อสู้กับความไม่ถูกต้องอย่างไม่กลัว อย่างคดีในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการจัดการเลือกตั้งวันที่ 23 เมษายน 2550 ของ 3 กกต. คือพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ,นายปริญญา นาคฉัตรีย์ และนายวีรชัย แนวบุญเนียร "ตำแหน่งที่ท่านถาวร เสนเนียม ไม่ว่า มท.2 หรือมท.3 ท่านถาวร เสนเนียมก็เตรียมพร้อมที่จะทำงานตามที่ได้รับมอบหมายด้วยการอุทิศตัวทำงานเพื่อประชาชนเต็มที่" ส.ส.วิรัตน์ กล่าว

คนใกล้ชิดบอกเสธ.หนั่นไว้ใจ

    นายทินกร ปลอดภัย ผู้ติดตามคนสนิทส่วนตัว เล่าว่า ด้วยการทุ่มเทช่วยเหลืองานของพรรคทุกอย่าง อย่างเช่นกรณียุบพรรคไทยรักไทยและคดียุบพรรคพลังประชาชนเกิดจากการเชี่ยวชาญทางด้านกฏหมาย พรรคประชาธิปัตย์จึงแต่งตั้งให้เป็นประธานรับผิดชอบคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องทางกฏหมายทุกครั้งไป

    "ท่านถาวรเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่อามิจสินจ้างใดๆ บางทีท่านถาวรปลอมตัวลงไปค้นหา เก็บข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงด้วยตัวของท่านเอง อันเป็นกระบวนการทำงานเชิงลึกของท่าน"

    อุปนิสัยใจคอท่านเป็นคนที่อัธยาศัยใจคอดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน สิ่งที่ท่านมุ่งมั่นทำแต่งานด้วยความขยันขันแข็ง ถ้ารับปากใครแล้วก็จะช่วยเหลือให้ถึงที่สุด อยู่ติดดิน เรียบง่าย สบายๆ ไม่ถือตัวเสมือนว่า ท่านเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง ก๋วยเตี๋ยวข้างถนนท่านก็กินท่านไม่เป็นคนเรื่องมาก ไม่ยึดติดอยู่กับว่าต้องจำเพาะเจาะจงอย่างงั้นอย่างงี้ ต้องกินอาหาร ใช้เสื้อผ้าหรือสิ่งของทีมีระดับ ท่านเป็นคนไม่ลืมบุญคุณคน เคารพนับถือใครก็เคารพนับถือแบบนั้น

    ท่านเป็นคนที่ เสธ.หนั่น ไว้เนื้อเชื่อใจคนหนึ่งด้วยเพราะความที่ท่านเคารพเสธ.หนั่น แม้กระทั่งช่วงระยะที่เสธ.หนั่น ไม่มีอำนาจไม่มีตำแหน่งท่านก็ไปเยี่ยมเยียนเป็นประจำ คือเสมอต้นเสมอปลาย มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาหารือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กล่าวคือท่านเป็นขุนพลคู่ใจของเสธ.หนั่นคนหนึ่ง

    จากที่ท่านเป็นที่สนิทกับเสธ.หนั่น นอกจากท่านสุเทพ เทือกสุบรรณแล้วท่านถาวร เสนเนียมก็มีบทบาทในการประสานงานกับเสธ.หนั่นและพรรคอื่นๆเพื่อเข้าร่วมจัดตั้ง รัฐบาลเช่นกัน การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีท่านไม่เคยเรียกร้องอะไร จากพรรคประชาธิปัตย์ จากการที่ท่านถาวร เสนเนียมได้รับตำแหน่งได้มาด้วยความสามารถและอุตสาหะล้วนๆ ส่วนงานที่ท่านเปรยๆ ไว้ว่า อยากจะขออาสาแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสร้างความสมานฉันท์อย่างจริงๆ จังๆ เสียที ด้วยเพราะอยากให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้กลับมาสงบ และเกิดความสันติสุขอีกครั้ง

 วันที่เผยแพร่ 31 ม.ค. 2552
 วันที่บันทึกข้อมูล 31 ม.ค. 2552